หุ้นเทคโนฯน่าผิดหวังฉุดดาวโจนส์ดิ่งเกือบ300จุด

หุ้นเทคโนฯน่าผิดหวังฉุดดาวโจนส์ดิ่งเกือบ300จุด

นอกจากนี้ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (พีซีอี) ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 1.6% ในไตรมาส 3 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.2%

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันศุกร์ (26 ต.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดดิ่งลงเกือบ 300 จุด ขณะที่นักลงทุนมีความวิตกต่อผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แม้มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการขยายตัวมากกว่าคาดในไตรมาส 3

ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลง 5.6% ในเดือนนี้ โดยมีปัจจัยรบกวนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทจดทะเบียนบางแห่ง ความวิตกเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณของอิตาลี ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและซาอุดีอาระเบีย กรณีการเสียชีวิตของนายจามาล คาช็อกกี นักข่าวซาอุดีอาระเบีย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 296.24  จุดหรือ 1.19% ปิดที่ 24,688.31 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 ร่วง 47 จุดหรือ 1.74 % ปิดที่ 2,658.57 จุด และดัชนีแนสแด็กลบ 151.12 จุดหรือ 2.07 % ปิดที่ 7,167.21 จุด

ทั้งนี้ นักลงทุนรู้สึกผิดหวังต่อผลประกอบการของบริษัทอเมซอน และอัลฟาเบท ซึ่งประกาศออกมาหลังจากปิดตลาด ส่งผลให้ราคาหุ้นดิ่งลง 8.2% และ 5.4% ตามลำดับ โดยอเมซอนคาดการณ์รายได้ในไตรมาส 4 ในช่วง 6.65-7.25 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.379 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่อัลฟาเบท เปิดเผยรายได้ 3.37 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.404 หมื่นล้านดอลลาร์

ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 3 ที่ระดับ 3.5% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.4% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายที่แข็งแกร่งของผู้บริโภค ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ

กระทรวงฯระบุว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 2 ใน 3 ของตัวเลขจีดีพีพุ่งขึ้น 4% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2557 แต่การใช้จ่ายในภาคธุรกิจลดลง 7.9% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2559