ดัชนีดาวโจนส์บวกกว่า400จุดหลังทรุดหนักวันก่อน

ดัชนีดาวโจนส์บวกกว่า400จุดหลังทรุดหนักวันก่อน

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในวันนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวันที่มีบริษัทจดทะเบียนจำนวนมากที่สุดในรอบนี้ ที่จะเปิดเผยผลประกอบการในไตรมาส 3

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤัสบดี (25ต.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้น 401.13 จุด หรือ 1.63% ปิดที่ 24,984.55 จุด  ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 49.47 จุดหรือ1.86 % ปิดที่ 2,705.57 จุด และดัชนีแนสแด็ก บวก 209.94  จุดหรือ 2.95% ปิดที่ 7,318.34 จุด

ถึงแม้ดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้นในวันนี้ แต่ก็ยังคงดิ่งลงกว่า 7% ในเดือนนี้ โดยมีปัจจัยรบกวนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทจดทะเบียนบางแห่ง, ความวิตกเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณของอิตาลี, ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและซาอุดีอาระเบีย กรณีการเสียชีวิตของนายจามาล คาช็อกกี นักข่าวซาอุดีอาระเบีย

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในวันนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวันที่มีบริษัทจดทะเบียนจำนวนมากที่สุดในรอบนี้ ที่จะเปิดเผยผลประกอบการในไตรมาส 3 โดยมีบริษัทในดัชนี เอสแอนด์พี 500 จำนวน 66 แห่ง และบริษัทในดัชนีดาวโจนส์ 2 แห่งที่จะรายงานผลประกอบการในวันนี้

บรรดาบริษัทในดัชนีเอสแอนด์พี500 ซึ่งได้รายงานผลประกอบการในไตรมาส 3 แล้ว จำนวน 80% ได้รายงานผลประกอบการที่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เริ่มจากราคาหุ้นของบริษัทเทสลา อิงค์ พุ่งขึ้นมากกว่า 7% ในการซื้อขายวันนี้ หลังเผยตัวเลขกำไรในไตรมาส 3

ทั้งนี้ เทสลาเปิดเผยว่า บริษัทมีกำไร 311.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 2.90 ดอลลาร์/หุ้น ในไตรมาส 3 เทียบกับที่ขาดทุน 619.4 ล้านดอลลาร์ หรือ 3.70 ดอลลาร์/หุ้น ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

เทสลายังเปิดเผยว่า บริษัทมีรายได้ 6.82 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า บริษัทจะมีตัวเลขขาดทุน 19 เซนต์/หุ้นในไตรมาส 3 ขณะที่มีรายได้ 6.33 พันล้านดอลลาร์

ทางด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 5,000 ราย สู่ระดับ 215,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2512 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 214,000 ราย

ขณะกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนก.ย. หลังจากพุ่งขึ้น 4.6% ในเดือนส.ค.