กรมคุกเข้มไล่ออก 14 ผู้คุมทุจริต-ทิ้งหน้าที่

กรมคุกเข้มไล่ออก 14 ผู้คุมทุจริต-ทิ้งหน้าที่

"อธิบดีกรมราชทัณฑ์" ไล่ออก - ให้ออกข้าราชการ 14 รายฐานทุจริต - ละทิ้งหน้าที่

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ในการบริหารงานกรมราชทัณฑ์ตลอดระยะเวลา 2 เดือนได้ดำเนินนโยบายที่ได้วางแนวทางปฏิบัติหน้าที่ 3 ส คือ สะอาด สุจริต และเสมอภาค โดย 1 ใน 3 ส. คือ "สุจริต" ที่ได้เน้นย้ำให้ข้าราชการในสังกัดยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แต่ยังพบมีข้าราชการส่วนน้อยมีพฤติการณ์กระทำผิด ซึ่งส่วนใหญ่กระทำการทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ กรมราชทัณฑ์ไม่ได้นิ่งเฉยต่อการกระทำของบุคคลเหล่านั้น จึงมีมติพิจารณาลงโทษข้าราชการเหล่านี้ เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับข้าราชการอื่นๆ ตลอดจนเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมภายนอกในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ต่อไป โดยที่ประชุม อ.ก.พ.กรมราชทัณฑ์ ครั้งที่ 4/2560 ได้มีมติพิจารณาลงโทษข้าราชการกรณีกระทำผิดวินัย จำนวน 14 ราย

กรมคุกเข้มไล่ออก 14 ผู้คุมทุจริต-ทิ้งหน้าที่

สำหรับความผิดที่ลงโทษไล่ออกข้าราชการมีทั้งหมด 13 ราย ประกอบด้วย 1.ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อกันเกินกว่า 15 วัน โดยไม่กลับมา จำนวน 2 ราย​​​​​ 2.มีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากการจับกุมโทรศัพท์มือถือจากผู้ต้องขังแล้วส่งคืน​​​ โดยไม่รายงานผู้บังคับบัญชา 3.ไม่นำเงินผลพลอยได้ฝากเข้าบัญชีธนาคาร 14 ครั้ง เป็นเงิน 601,202 บาท​​​ 4.มีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการไม่ตรวจค้นเจ้าหน้าที่เป็นเหตุให้สามารถลักลอบ​​​นำโทรศัพท์มือถือเข้าเรือนจำ 5.ดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณ เงินเดือน ค่าตอบแทนพนักงานราชการจำนวน 4,995,037 บาทโดยทุจริต​​​ 6.มีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการปล่อยให้ผู้ต้องขังลักลอบจำหน่ายสินค้าในเรือนจำ​​โดยใช้เงินสด

7.มีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการจำหน่ายพระเครื่องในเรือนจำ​​​​​ 8.มีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการเก็บส่วยเปิดบ่อนการพนันในเรือนจำ​​​​ 9.รู้เห็นเป็นใจให้ผู้ต้องขังชายลักลอบเข้าไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้ต้องขังหญิงในแดนหญิง​​​ 10.มีส่วนเกี่ยวข้องในการลักลอบนำโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดเข้าเรือนจำ​​​​ 11.นำสุราไปให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ เพื่อแลกกับเงิน จำนวน 2,000 บาท​​​​ 12.เรียกรับผลประโยชน์จากญาติผู้ต้องขัง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ​​ ส่วนข้าราชการที่ถูกให้ออกจากราชการมี 1 ราย คือ ประพฤติตนมีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนว่ามีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการนำเงินสด / แหวนทอง เข้าเรือนจำ