AOT - ถือ

AOT - ถือ

ค่าใช้จ่ายพิเศษกดดันกำไรไตรมาส 4/60; คาดกำไรหลักเติบโตในไตรมาสหน้า

กำไรสุทธิต่ำกว่าคาด; กำไรหลักเป็นไปตามคาด

AOT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/60 (เดือน ก.ค.–ก.ย.) ที่ 3,731 ล้านบาท ลดลง 11% YoY และ 31% QoQ หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 115 ล้านบาท, กำไรจากการขายสินทรัพย์ 23 ล้านบาท, ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 101 ล้านบาท, และค่าใช้จ่ายพิเศษที่บันทึกครั้งเดียว (ค่าเช่าที่ราช
พัสดุย้อนหลัง) 1.4 พันล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 4/60 จะอยู่ที่ 5,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY แต่ลดลง 6% QoQ โดยกำไรหลักเป็นไปตามที่
เราและตลาดคาด แต่กำไรสุทธิต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์ เนื่องจากการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดเพียงครั้งเดียว

ประเด็นหลักผลประกอบการ

ปัจจัยที่หนุนให้กำไรหลักเติบโต YoY ได้แก่ 1) จำนวนผู้โดยสารที่เติบโต 8.4% YoY (และ 4.1% QoQ) มาอยู่ที่ 32.4 ล้านคน, 2) จำนวนเที่ยวบิน
เพิ่มขึ้น 5.6% YoY (และ 3.0% QoQ) มาอยู่ที่ 206,855 เที่ยวบิน, 3) รายได้ที่ไม่ได้มาจากกิจการการบินสูงขึ้น 14% YoY (รายได้จากค่าเช่า, บริการ และสัมปทาน), 4) ค่าเสื่อมราคาลดลง 10%YoY (เนื่องจากสิ้นสุดอายุการใช้งานของสินทรัพย์บางประเภท) และ 5) ดอกเบี้ยจ่ายลดลง 14% YoY (ยอดเงินกู้คงค้างลดลง) ขณะที่กำไรหลักชะลอตัว QoQ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดังนี้ 1) โบนัสพนักงาน, 2) ค่าซ่อมบำรุง, 3) ค่าเช่าที่ราชพัสดุ และ
4) ค่าเสื่อมราคา

แนวโน้ม

คาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยเติบโตก้าวกระโดด 18% YoY (และ 4% QoQ) มาแตะจุดสูงสุดของปี 2560 ที่ 9.2 ล้านคนในไตรมาส 4/60 (มีฐานต่ำมากในไตรมาส 4/59 แม้เป็นช่วงไฮซีซั่น เนื่องจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของภาครัฐ) ข้อมูลเบื้องต้นของ AOT บ่งชี้ว่าจำนวนผู้โดยสารรวม
เติบโต 12.1% YoY ในเดือน ต.ค. และเติบโต 17.1% ในช่วงวันที่ 1-24 พ.ย.โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศ (เพิ่มขึ้น 18.7% YoY ในเดือน ต.ค. และ 25.8% YoY ระหว่างวันที่ 1-24 พ.ย.) ข้อมูลในอดีตบ่งชี้ว่าจำนวนผู้โดยสารของ AOT เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 13% QoQ ในช่วงเดือน ต.ค.– ธ.ค. ดังนั้นเราคาดกำไรหลักของ AOT จะขยายตัวแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาสเดือน ต.ค.-ธ.ค.

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 ที่ 24,339 ล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลง

คำแนะนำ

เราเชื่อว่าราคาหุ้น AOT ที่ปรับตัวขึ้นมาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้สะท้อนความคาดหลังเกี่ยวกับการเติบโตของกำไรที่จะมาจากการประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์
ของสนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ) ไปแล้วบางส่วนทั้งนี้ผลประกอบการไตรมาส 4/60 ที่น่าผิดหวังอาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น เราจึงปรับลดคำแนะนำ
ของเราจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” อย่างไรก็ตามคาดการณ์กำไรที่น่าจะเติบโตแกร่งจนถึงเดือน มี.ค. 2561 รวมทั้งอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรในระยะยาวจาก
โครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์อื่นๆ และ/หรือ การบริหารสนามบินต่างๆ ของกรมท่าอากาศยานน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้