วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (30 พ.ย.60)

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (30 พ.ย.60)

ราคาน้ำมันดิบปรับลดติดต่อกันเป็นวันที่ 3 หลังนักลงทุนรอผลการประชุมของกลุ่มโอเปคในการยืดระยะเวลาการลดกำลังการผลิต

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงเป็นวันที่สาม หลังนักลงทุนรอผลการประชุมของกลุ่มโอเปค ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย หลังเกิดความไม่แน่นอนในการขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตในและนอกกลุ่มโอเปค โดยรัสเซียได้แสดงท่าทีลังเลต่อช่วงเวลาในการขยายข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตออกไปเนื่องจากไม่ต้องการให้ราคาน้ำมันมีผลต่อการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินของรัสเซียให้แข็งค่าขึ้นและอาจจะทำให้การส่งออกของรัสเซียชะลอการเติบโตได้

- ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 9.68 ล้านบาร์เรลต่อวันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเข้าใกล้ระดับสูงที่สุดที่สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เคยเก็บบันทึกมาไว้ที่ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงทศวรรษ 1970

+ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ที่ปรับตัวลดลง 3.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมาตามการรายงานของ EIA ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยเป็นผลมาจากการหยุดดำเนินการของท่อขนส่งน้ำมันดิบ Keystone ที่มีกำลังการส่งน้ำมันดิบ 590,000 บาร์เรลต่อวัน หลังได้ปิดทำการซ่อมบำรุงไปตั้งแต่สองสัปดาห์ที่ผ่านมา

+ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมันของคูเวต เปิดเผยว่า คณะกรรมการรัฐมนตรีร่วมของกลุ่มโอเปกได้ให้คำแนะนำว่า กลุ่มโอเปคและผู้ผลิตนอกกลุ่มควรยืดระยะข้อตกลงการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบออกไปจนสิ้นปี 2561 เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงกดดันจากอุปทานน้ำมันเบนซินจากประเทศจีนที่ออกมาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันเบนซินยังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศศรีลังกา

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับปรงกดดันจากการส่งออกน้ำมันดีเซลจากจีนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดีเซลยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศปากีสถาน

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

  • ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 56 - 61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 61 - 66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

  • จับตาการประชุมโอเปคในวันที่ 30 พ.ย. 60 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ว่ากลุ่มผู้ผลิตจะขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตออกไปเท่าใดจากเดิมที่สิ้นสุดในเดือน มี.ค. 61 โดยซาอุดิอาระเบียและรัสเซียได้มีการออกมากล่าวสนับสนุนการลดการผลิตออกไป 9 เดือนถึงเดือน ธ.ค. 61 เพื่อเป็นการลดปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD Oil Stocks) ลงสู่ระดับเฉลี่ย 5 ปี ซึ่งสอดคล้องกับนักวิเคราะห์โดยส่วนใหญ่ที่คาดการณ์ว่ากลุ่มผู้ผลิตจะขยายระยะเวลาของข้อตกลงออกไปอีก 9 เดือน หลังปริมาณน้ำมันน้ำมันคงคลังล่าสุดในเดือน ก.ย. ยังสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ประมาณ 154 ล้านบาร์เรล
  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการปรับขึ้นหลักๆ มาจากการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) คาดการณ์กำลังการผลิตน้ำมันดิบจาก Shale oil ในเดือน ธ.ค. มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน โดยคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นราว 80,000 บาร์เรลต่อวัน แตะระดับ 6.17 ล้านบาร์เรลต่อวัน

------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)          

โทร.02-797-2999