ไม่มั่นใจท่าทีรัสเซียฉุดราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง

ไม่มั่นใจท่าทีรัสเซียฉุดราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง

ราคาน้ำมัน ยังถูกกดดันในวันนี้ หลังสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว แต่สต็อกน้ำมันเบนซิน และสต็อกน้ำมันกลั่น พุ่งขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันพุธ (29พ.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนไม่มั่นใจว่ารัสเซียจะให้การสนับสนุนการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันจนถึงสิ้นปีหน้าหรือไม่ ในการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 30 ตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนม.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์  ลดลง 69 เซนต์ หรือ 1.2%  ปิดที่ราคา 57.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวลง 53 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดตลาดที่ราคา 63.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

ทั้งนี้ สมาชิก 14 ชาติของกลุ่มประเทศโอเปกจะประชุมกันในวันพรุ่งนี้ พร้อมกับอีก 11 ประเทศจากนอกกลุ่มโอเปก เพื่อหารือกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันแต่ตลาดมีความกังวลว่ารัสเซีย อาจจะไม่ให้การสนับสนุนการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีหน้า

นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า ผลการประชุมโอเปกในสัปดาห์นี้ จะมีความไม่แน่นอนมากกว่าในครั้งที่ผ่านๆมา และจะเป็นการผิดพลาด ถ้าหากนักลงทุนคาดการณ์ว่าโอเปกจะเห็นพ้องกันให้ขยายเวลาปรับลดการผลิตน้ำมันจนถึงปลายปีหน้า

อีไอเอ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 3.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 2.3 ล้านบาร์เรล ส่วนสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (เอพีไอ) ระบุก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล

สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว เทียบกับนักวิเคราะห์ที่คาดว่าเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล พุ่งขึ้น 2.7 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 230,000 บาร์เรล