รื้อแผนพีดีพีใหม่ ชี้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลด

รื้อแผนพีดีพีใหม่ ชี้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลด

“พลังงาน” รื้อแผนพีดีพีใหม่ ชี้ความต้องการใช้ไฟฟ้าปลายแผนปี 2579 ลดลงกว่า 2 หมื่นล้านหน่วย หลังประชาชนหันติดรูฟท็อปผลิตไฟใช้เอง

เมื่อวันที่ 29 พ.ย.60 นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยในการสัมมนา “Load Forecast:ทิศทางการใช้ไฟฟ้าในอนาคต” จัดโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)ร่วมกับ กรุงเทพธุรกิจว่า ปัจจุบันความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต เนื่องจากเทคโนโลยีและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าได้พัฒนารูปบแบบใหม่ๆ ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของประชาชน และสมมติฐานความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศเปลี่ยนแปลงไปจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ พีดีพี ฉบับปัจจุบัน(ปี2558-2579) ไทยจึงจำเป็นต้องทบทวนพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศใหม่ เพื่อจัดทำแผน พีดีพี ฉบับใหม่ ให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

นายเทียนไชย จงพีร์เพียง ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวในหัวข้อ “การพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า และสมมุติฐานในการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าว่า การจัดทำพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ พบว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพีล่าสุด ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช.ประเมินว่า จีดีพี เฉลี่ย 2560-2579 จะอยู่ที่ 3.78% ลดลงจากสมมุติฐานในแผนพีดีพีเดิมที่ คาดว่า จีพีดี จะเติบโต 4-5% ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง หรือ ไอพีเอส เพิ่มขึ้น ส่งผลให้พยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ ในระบบของ 3 การไฟฟ้า ในช่วงปลายแผนปี 2579 จะ อยู่ที่ 372,440 ล้านหน่วย เทียบกับพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าตามแผนพีดีพี เดิม ลดลงประมาณ 20,000 ล้านหน่วย หรือเติบโต2.3 % ต่อปี ขณะที่พยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดหรือ พีค จะอยู่ที่ 54,771 เมกะวัตต์ ในปลายแผนปี 2579 ลดลงประมาณ 4,500 เมกะวัตต์ หรือเติบโต 2.2% ต่อปี แม้ว่าจะร่วมความต้องการใช้ไฟฟ้า จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ คือ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี , การใช้ยายนต์ไฟฟ้า หรือ อีวี 1.2 ล้านคันในปี 2579 และโครงการรถไฟความเร็วสูง ที่คาดว่า จะมีความต้องการใช้ไฟฟ้ารวมอยู่ที่ 9.8 พันล้านหน่วย หรือคิดเป็นพีคไฟฟ้าอยู่ที่ 3,000 เมกะวัตต์แล้ว แต่ไม่ได้ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศสูงขึ้นมากนัก เพราะมีกลุ่มคนผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงแผนพีดีพีฉบับใหม่ครั้งนี้ ได้นำประเด็นการสร้างโรงงานไฟฟ้าในภาคใต้​ที่ล่าช้า ทั้งโรงไฟฟ้ากระบี่ และโรงไฟฟเทพา​ จังหวัดสงขลา​ มาพิจารณาด้วยเพื่อวางแผนการสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคตให้สอดรับกับความต้องการใช้ไฟฟ้าตามแผนพีดีพีใหม่ต่อไป