เร่งแจ้งเตือนปชช. วอนอย่าเชื่อข่าวลือพายุถล่ม

เร่งแจ้งเตือนปชช. วอนอย่าเชื่อข่าวลือพายุถล่ม

สั่งกำชับกระทรวงมหาดไทย ดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ กำชับเร่งแจ้งเตือนผ่านทุกช่องทาง เตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนก เชื่อข่าวลือพายุถล่ม “ฉัตรชัย” แจงแค่มรสุมเกิดขึ้นทุกปี

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังรายงานสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ หลังจากที่มีการแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังเหตุน้ำท่วมต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ว่า นายกฯได้สั่งการให้ดูแลประชาชนให้ดีที่สุดและไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก พร้อมขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนให้ระมัดระวังข่าวลือ โดยปริมาณน้ำฝนที่ตกลงไม่ได้เกี่ยวกับพายุ โดยยืนยันว่าฝนที่ตกเกิดจากร่องมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีปกติทุกปี
ขณะเดียวกันนายกฯต้องการให้ประชาชนรู้สถานการณ์ก่อน เพราะการเตือนเป็นเรื่องสำคัญมากและกำชับให้เตือนผ่านทางทุกช่องทางหากจำเป็นที่ต้องอพยพคนก็ให้ดำเนินการได้ทันที

ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยขณะนี้ได้แจ้งเตือนไปทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ให้เตรียมเฝ้าระวัง เหลือเพียง 4 จังหวัด ประกอบด้วยจ.ชุมพร ระนอง ภูเก็ต และกระบี่ โดยฝนตกต่อเนื่องมา 3 วัน ทำให้มีน้ำท่วมขัง โดยให้ระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม พร้อมประสานให้ปิดสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง เช่น เกาะ ถ้ำ และขอไม่ให้เรือเล็กนำนักท่องเที่ยวออกจากฝั่ง อย่างไรก็ดีในช่วงเดือนธ.ค.ปี 2559 ถึงเดือนมี.ค. 2560 เกิดเหตุน้ำท่วมภาคใต้ ทำให้ในปีนี้ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เตรียมการเครืองจักรกลและเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยระบายน้ำให้ทันถ่วงทีไว้แล้ว จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะดูแลประชาชนอย่างดี

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้อาทิ ที่จ.ตรังได้ขยายวงกว้างเป็น7 อำเภอ ได้แก่ อ.ห้วยยอด อ.เมือง อ.ปะเหลียน อ.รัษฎา อ.นาโยง อ.วังวิเศษ และอ.กันตัง ราษฎรได้รับความเดือดร้อนแล้ว 10,106 ครัวเรือนหรือ 28,433 คน พื้นที่เกษตรอยู่ในระหว่างการสำรวจความเสียหายแต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต แม้ว่าเมื่อวานนี้สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลายลงแล้วรวม2 อำเภอคือ อ.นาโยงและอ.รัษฎา แต่เนื่องจากมีฝนตกลงมาเพิ่มอีกคาดว่าระดับน้ำจะกลับมาสูงอีกครั้ง โดยเฉพาะที่หมู่ที่ 7 ต.นาโยงใต้ อ.เมืองตรัง กระแสน้ำยังไหลเข้าท่วมวัดโคกพิกุลและโรงเรียนวัดโคกพิกุลจนต้องประกาศปิดการเรียนการสอนต่อไปอีก 1 วัน

ที่จ.ยะลา มวลน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในแม่น้ำปัตตานี ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่อ.เมือง ทางเทศบาลนครยะลาได้ระดมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ จำนวน 10 เครื่อง เพื่อสมทบกับเครื่องสูบน้ำถาวรที่มีอยู่ จำนวน 10 จุด เพื่อเร่งรัดการพร่องปล่อยน้ำสู่แม่น้ำปัตตานีและคลองแบเมาะอย่างเร่งด่วน ให้ทันกับมวลน้ำที่กำลังเข้ามารวมในเขตเทศบาล และยังได้อพยพผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมบ้านในเขต อ.เมืองยะลา ประกอบด้วย ชุมชนบ้านปะยานิ หมู่ที่ 3 ต.สะเตงนอก ไปอยู่ที่ อาคารอเนกประสงค์ จำนวน 10 ครอบครัว พักอาศัย ตลาดเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 6 ครอบครัว และมัสยิดบ้านลางา หมู่ที่ 5 ต.สะเตงนอก จำนวน 15 ครอบครัว

ขณะที่ใน 6 ตำบลของ อ.รามัน ซึ่งมีพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มติดแม่น้ำสายบุรี น้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและพื้นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์ ชาวบ้านต้องอพยพนำสัตว์เลี้ยงไปเลี้ยงไว้บนหลวง เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เนื่องจากพื้นที่อื่นๆถูกน้ำท่วมครอบคลุมเต็มพื้นที่หมดแล้ว ต้นยางพาราถูกน้ำท่วมเป็นเวลาหลายวัน ขณะที่ชุมชนบ้านท่าสาป หมู่ที่ 1 ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา กว่า 100 หลังคาเรือน ต้องอพยพสิ่งของภายในบ้านไปเก็บไว้ในที่สูง เนื่องจากระดับน้ำขึ้นสูงอย่างรวดเร็วประกอบกับมีฝนกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้สำนักเขตพื้นที่การศึกษาเขต1ว่ามีโรงเรียนที่ประกาศหยุดการเรียนการสอน แล้ว4โรง คือโรงเรียนบ้านจาหนัน โรงเรียนบ้านทุ่งพรุ โรงเรียนบ้านไทรงามและบ้านบาโด นอกจากนั้นยังมีรายงานว่ายังมีอีกหลายโรงเรียนที่เด็กไม่สามารถเดินทางมาโรงเรียนได้ เนื่องจากสภาพถนนมีน้ำท่วมขัง

ส่วนที่จ.นราธิวาส บ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส ได้รับความเสียหายจากพายุพัดถล่มพัดจำนวน 20 หลัง โดยผู้นำชุมชนได้เร่งออกสำรวจความเสียหายทั้งหมดก่อนที่จะรายงานไปทางเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือเพื่อสนับสนุนขอความช่วยเหลือแล้ว