ชี้ทำร้ายจนท.เป็นพวกฮาร์ดคอร์ ลุยขัง16แกนนำต้านโรงไฟฟ้า

ชี้ทำร้ายจนท.เป็นพวกฮาร์ดคอร์ ลุยขัง16แกนนำต้านโรงไฟฟ้า

นำ16แกนนำค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ขอศาลฝากขัง นายกฯระบุม็อบเทพาทำร้ายเจ้าหน้าที่ถือเป็นความผิดซึ่งหน้า ต้องดำเนินคดีไม่ให้เป็นแบบอย่างให้กับใคร ขณะ "ประวิตร" แจงรวบม็อบ 16 ราย เป็นพวกฮาร์ดคอร์ ไม่ใช่แกนนำ

กรณีเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันขึ้นของกลุ่มเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพากับชุดตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีในการประชุมครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการที่จ.สงขลา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และตำรวจจำเป็นต้องบังคับใช้ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ควบคุมตัวแกนนำ ไปยัง สภ.เมืองสงขลา

วานนี้(28พ.ย.) พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ได้คุมตัวแกนนำเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน 16 คน ไปขออำนาจศาลจังหวัดสงขลาเพื่อฝากขัง หลังใช้เวลาสอบปากคำกว่า 6 ชั่วโมง ผู้ต้องหาทั้งหมดปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยมีเครือข่ายภาคประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจกับผู้ต้องหาทั้ง 16 คน เตรียมขอยื่นประกันตัวในชั้นศาล เพื่อสู้คดี

นายประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำเครือข่ายรักษ์อันดามัน หนึ่งในผู้มาให้กำลังใจ กล่าวว่า แม้มีการจับกุมแกนนำแล้ว เชื่อไม่ได้ทำให้เจตนารมณ์คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินต้องยุติไป กลุ่มเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เตรียมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทบทวนโครงการนี้ เตรียมฝากขัง 16 แกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาบ่ายวันนี้

ด้านพล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวถึงการจับกุม 16 แกนนำ ว่าเป็นการดำเนินคดีตามกฎหมายปกติที่เป็นความผิด 2 ข้อหา คือทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ และขัดขวางการจับกุม ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา กระทำความผิด รวมกลุ่มชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ที่ไม่ได้ขออนุญาต ยืนยันเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามขั้นตอน มีการเจรจาให้ยุติการชุมนุม และการจับกุมเป็นไปตามอำนาจศาล โดยในบ่ายวันนี้จะมีการฝากขัง ส่วนจะให้ประกันตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับศาล
พล.ต.ท.รณศิลป์ ระบุว่าไม่กังวลกับภาพที่เผยแพร่ออกไปว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายผู้ชุมนุม เพราะมีหลักฐานเป็นภาพในหลายมุม กลุ่มผู้ชุมนุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ก่อน โดยเข้าจับกุมมีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 3 นาย กลุ่มผู้ชุมนุมบาดเจ็บ 3 คน และไม่มีครูสอนศาสนา ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำ ถูกอุ้มหายระหว่างถูกจับกุมแต่อย่างใด

นายกฯชี้ม็อบประทุษร้ายจนท.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม.สัญจร ถึงกรณีเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ กับกลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาว่า ทราบอยู่แล้วว่ามีการชุมนุมมาหลายวัน ที่จริงแล้วจะว่ารัฐบาลละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ได้ เพราะกฎหมายมีอยู่เรื่องการชุมนุมใดๆก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะคำสั่งคสช.เท่านั้น ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไป และเป็นการชุมนุมทางการเมืองด้วย ถ้าเริ่มชุมนุมจาก 5 ก็จะไป 10 ไป 20 และไปถึง 100-200 คนเรื่อยๆ ถึงแม้เป็นการเรียกร้องใดๆก็ตาม ต้องฟังเหตุฟังผลได้ให้โอกาสตั้งแต่วันแรกแล้ว ให้ไปขออนุญาตชุมนุมก็ไม่ไปขอ ให้คนไปพบก็ไม่ยอมพบ จัดสถานที่ให้พูดคุยก็ไม่คุย พยายามดึงดันมาตลอดทาง
“แต่การยื่นข้อเสนอว่าขอพบนายกฯเพื่อส่งเอกสาร ผมถามว่าเจตนาคืออะไร ถ้าเขามาก็เจอผมต่อหน้าสื่อก็จะทำให้เกิดปัญหาบานปลายไปเรื่อยๆ สิ่งสำคัญรัฐบาลพยายามผ่อนผันการบังคับใช้กฎหมายมาตลอด เพราะเห็นว่าเป็นประชาชน อย่างที่กล่าวอ้างกันมา แต่ท้ายที่สุดแล้ว มีการใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่ อันนี้ทุกคนรวมถึงสื่อต้องเข้าใจ ถ้าปล่อยไปอย่างนี้ อีกหน่อยก็มีปัญหาหมดทุกที่ เจ้าหน้าที่ทำอะไรไม่ได้ เพราะต่อต้าน ใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ ถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า ผมยังไม่ได้เอาความผิดเรื่องการชุมนุมเลย ขณะที่ถูกดำเนินคดีอยู่คือความผิดซึ่งหน้า เป็นการทำร้ายเจ้าหน้าที่ รัฐบาลนี้และผมรับฟังมากกว่าทุกรัฐบาลอยู่แล้ว ขอให้ลดความขัดแย้งนี้ลงไป”นายกฯกล่าว

ยันยังไม่ตัดสินใจสร้างโรงไฟฟ้า
ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินตอนนี้อยู่ขั้นตอนของการผ่านการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)มา 3-4 ครั้งแล้ว ยังไม่เข้าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม รัฐบาลให้นโยบายไปแล้ว เรื่องนี้ต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อน หากการทำอีไอเอยังไม่สมบูรณ์ และมีปัญหาข้อเรียกร้องอยู่ก็ต้องไปทำกันใหม่ ขณะนี้ยังไม่ตัดสินใจว่าจะสร้างหรือไม่สร้างเลย ขอให้ทุกคนเข้าใจระบบการบริหารจัดการภาครัฐที่มีมาก ไม่ใช่ทำเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับใคร มันผิด ทำไม่ได้ โดยเฉพาะรัฐบาลนี้ระมัดระวังเรื่องข้อกฎหมายเต็มที่ ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และตำรวจ

“ถ้าอีกหน่อยตีตำรวจได้ ตีทหาร มันได้ไหม มีอะไรก็ขอให้อยู่ในความสงบ พูดจากกันดีๆ ผมพร้อมให้เลขาธิการนายกฯไปพบและรับเรื่อง แต่ก็ยังไม่ยอมอีกจะต้องให้เป็นนายกฯรับเรื่องเท่านั้น ผมว่ามันไม่ใช่ มันมีขั้นตอนของมันอยู่ ขอฝากทำความเข้าใจด้วย หลายคนบอกผมว่าผมละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมบอกแล้วเส้นแบ่งระหว่างสิทธิมนุษยชนกับการทำผิดกฎหมายมันเส้นเดียวกัน การละเมิดสิทธิมนุษยชนคือเจ้าหน้าที่มีความผิด เจ้าหน้าที่ทำ แต่ถ้าทำผิดกฎหมายแล้วมาบอกเจ้าหน้าที่ทำผิด มันก็คงไม่ใช่ สื่อกรุณาทำให้เข้าใจ ทำให้ถูกต้อง”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“ประวิตร”ชี้เป็นพวกฮาร์ดคอร์
ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการควบคุม 16 แกนนำ ว่าม็อบที่ออกมาคัดค้านกระทำความผิดซึ่งหน้า ขัดขวางการทำงานเจ้าหน้าที่ มีการตีตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ความจริงถ้าจะยื่นหนังสือคัดค้านถึงนายกฯ ส่งแค่กระดาษแผ่นเดียวก็ได้ ก่อนหน้านี้มีการประสานแล้วว่า ไม่ต้องเดินทางมา แต่เขาไม่หยุด แล้วจะให้ทำอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมปะทะกันจนมีคนบาดเจ็บคืออะไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “คนหนึ่งถือไม้ก็มี เขามาทำเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ทั้ง 16 คน ถูกควบคุมตัวอยู่ เป็นพวกฮาร์ดคอร์ เป็นพวกใจร้อน ไม่ใช่แกนนำอะไรทั้งสิ้น เราไม่ได้ใช้เรื่องการเมือง ไม่เกี่ยวกับเรื่องทางการเมืองเลย”

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะแจ้งข้อกล่าวหาผิดพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะกับ 16 คนด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ปล่อยให้เจ้าหน้าที่พิจารณาดำเนินการไป

โฆษกกร้าวไม่ปล่อยกฎหมู่อยู่เหนือก.ม.
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว 16 แกนนำทำให้มีภาพลักษณ์ว่าเจ้าหน้าที่พยายามทำร้ายทั้งที่เขาจะมายื่นหนังสือกับนายกฯทำไมนายกฯมาพื้นที่แล้วไม่รับ ยืนยันว่ารัฐบาลรับฟังข้อมูลจากประชาชนทุกด้าน ไม่ว่าจะยื่นกับใคร หรือยื่นศูนย์ดำรงธรรม หนังสือทุกฉบับจะได้รับการแก้ปัญหาเหมือนกัน ส่วนกรณีการหายตัวไปของนายมุสตาซีดีน วาบา หนึ่งในแกนนำนั้น ยืนยันว่าทั้งทหารและตำรวจไม่ได้จับตัวไปแต่อย่างใด

“ถ้าใครอยู่นอกกฎกติกาไม่เคารพกฎหมายเป็นจุดเริ่มต้นของการละเมิดกฎหมาย ไม่รับฟังเหตุผลคนอื่น เอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้ง รัฐบาลนี้ไม่ยอมให้กฎหมู่ อยู่เหนือกฎหมาย นายกฯรับฟังปัญหาทุกอย่าง ยื่นที่ไหนมีศักดิ์และสิทธิ์เหมือนกัน"พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

36 เครือข่ายจี้ปล่อยตัว16แกนนำ
นอกจากนี้ เครือข่ายนักอนุรักษ์และภาคประชาสังคม36 เครือข่าย ได้ออกแถลงการณ์ 3 ข้อดัง นี้ 1.โดยให้ปล่อยตัวพี่น้องที่ถูกจับกุมโดยด่วนอย่างไม่มีเงื่อนไข 2.ให้มีการสอบสวนการใช้กองกำลังสลายการรวมตัวของประชาชนที่ชุมนุมโดยสันติ และ3.ให้รัฐบาลยุติการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา

ส่วนนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 40 คน เป็นกลุ่มองค์การบริหาร องค์การนักศึกษา และเครือข่ายองค์กรกิจกรรมนักศึกษาร่วมด้วย สภานักศึกษา สโมสรนักศึกษา ชมรมสังคมศาสตร์ ชมรมศิลปะและวัฒนธรรม ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชมรมอาสาพัฒนาชนบท เครือข่ายเยาวชนอิสระชายแดนใต้ เครือข่ายนักศึกษาเพื่อสังคม และพรรคกิจประชาได้รวมตัวกัน ถือฝ่ายผ้าสีเขียว โดยมีข้อความ ต่างๆ เช่น เน้นไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ถูกจับที่สงขลา และขอเคียงข้างคนเทพา พร้อมทั้งเปิดเวทีพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับการชุมนุมคือไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน และให้ปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจนท.รัฐจับตัวไป และต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ

พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำชาวบ้านถูกจับตัวทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆและทางนักศึกษา ขอยืนยันถึงสิทธิอันชอบธรรมของพี่น้องชาวเทพาที่มีสิทธิในการแสดงออกตามหลักสิทธิของความเป็นพลเมืองคนหนึ่งของประเทศและขอแสดงเจตจำนงเคียงข้างพี่น้องชาวเทพาเพราะเห็นว่าประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง

กสม.เรียกร้องปล่อยแกนนำ
เช่นเดียวกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นำโดยนางเตือนใจ ดีเทศ และนางอังคณา นีละไพจิตร ออกแถลงการณ์ แสดงความเป็นห่วงต่อกรณีการสลายการชุมนุม และจับกุมกลุ่มแกนนำเครือข่ายประชาชนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน
การดำเนินกิจกรรมดังกล่าว ยังอยู่ในขอบเขตของการใช้สิทธิในการแสดงความเห็น และเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชนอย่างสงบตามรัฐธรรมนูญ และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง ซึ่งไทยเป็นภาคี และมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตาม

นักวิชาการภาคใต้ เรียกร้องให้ปล่อยตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ ออกหนังสือเรื่อง "ขอประณามการใช้ความรุนแรงและให้ปล่อยตัวผู้บริสุทธิ์โดยไม่มีเงื่อนไขในทันที จากเหตุการณ์สลายการชุมนุม ชาวบ้านเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่จัดกิจกรรมเดินทางไปยื่นหนังสือต่อที่ประชุมครม.สัญจร ทำให้มีผู้รับบาดเจ็บและมีการถูกจับกุมดำเนินคดี 16 คน
เครือข่ายนักวิชาการฯ ขอประณามการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้น และเรียกร้อง 1. ให้ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมทั้ง 16 คน โดยไม่มีเงื่อนไขทันที 2. รัฐบาลต้องเคารพและปกป้องสิทธิมนุษยชนสมดังเจตนาที่ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินนโยบาย การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาและนโยบายสาธารณะต่างๆ

อนึ่ง เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้จะร่วมกับประชาชนและภาคประชาสังคมต่างๆ ในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมเคลื่อนไหวเพื่อให้บรรลุข้อเรียกร้องโดยเร็วที่สุด