THCOM - ซื้อ

THCOM - ซื้อ

ต่ออายุสัญญาไอพีสตาร์กับทีโอที

ประเด็นการลงทุน

เราเชื่อว่าราคาหุ้นของ THCOM ณ ปัจจุบันถือว่ามีความเสี่ยงขาลงค่อนข้างจำกัด ซึ่งราคาหุ้นรออัพไซด์ด้านกฎระเบียบจากพรบ.กสทช.ที่รอการแก้ไขฉบับใหม่ (ซึ่งจะอนุญาตให้กสทช. สามารถที่จะสามารถออกใบอนุญาตกิจการดาวเทียมและในขณะเดียวกันทำหน้าที่รักษาวงโคจรกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศหรือไอทียู) และอัพไซด์จากผลประกอบการที่จะมาจากการได้ลูกค้าใหม่ในธุรกิจเช่าช่องสัญญาณดาวเทียม การต่อสัญญาไอพีสตาร์ใหม่กับทีโอทีถือว่าเป็นการสร้างความมั่นใจให้เรามากขึ้นว่ารายได้และกำไรหลักของ THCOM มีแนวโน้มฟื้นตัว QoQ ในปี 2561 มูลค่าหุ้น ณ ปัจจุบันถือว่าน่าดึงดูดอย่างมากโดยซื้อขายที่อัตราส่วน EV/EBITDA ในปี 2561 ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.2 เท่า ณ ราคาปัจจุบัน ถ้าเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวของอัตราส่วน
EV/EBITDA ของหุ้น THCOM เองซึ่งอยู่ที่ 8.3 เท่า เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีปัจจัยหนุนจากมูลค่าหุ้นที่ถูกมาก และการคาดการณ์การฟื้นตัว
ของกำไรหลักในปี 2561

ต่อสัญญาไอพีสตาร์กับทีโอทีในเดือนพ.ย.

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา THCOM ได้แจ้งว่าบริษัทได้ทำการเซ็นต่อสัญญาดาวเทียมไอพีสตาร์กับทีโอทีเป็นระยะเวลา 3 ปีตั้งแต่ปี 2560-2563 เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของทีโอทีสำหรับการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วประเทศไทย (โดยเฉพาะในเขตเนื้อที่ห่างไกลในต่างจังหวัดซึ่งโครงข่ายโทรคมนาคมภาคพื้นดินเข้าไปไม่ถึง และเพื่อวัตถุประสงค์ของการเชื่อมต่อบริการอินเตอร์เน็ตกับสาธารณะ และกับลูกค้าในหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ภายใต้สัญญาดังกล่าว การให้บริการอินเตอร์เน็ตจะผ่านดาวเทียมไทยคม 4 (หรือดาวเทียมไอพีสตาร์) ถึงแม้ว่าการต่อสัญญาของทีโอทีในครั้งนี้ถือว่าอยู่ในการคาดการณ์ของเราแล้วก่อนหน้า แต่ก็ถือว่าเป็นปัจจัยบวกต่อ THCOM เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณถึงจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวของรายได้ดาวเทียมไอพีสตาร์ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2561เป็นต้นไป บริษัทไม่ได้ทำการเปิดเผยถึงรายละเอียดของมูลค่าสัญญาจำนวนแบนด์วิธที่ทีโอทีซื้อ  หรือราคาที่ซื้อ แต่เราใช้สมมติฐานว่าคาปาซิตี้หรือจำนวนช่องสัญญาณดาวเทียมของไอพีสตาร์ที่ทีโอทีซื้อจาก THCOM ในครั้งนี้น่าจะอยู่ที่จำนวน 1 กิกะบิตต่อวินาที (หรือคิดเป็นสัดส่วน 30% ของคาปาซิตี้หรือจำนวนช่องสัญญาณดาวเทียมไอพีสตาร์ที่จัดสรรให้กับประเทศไทยทั้งหมด)

การใช้งานจากลูกค้าใหม่สองรายจะเริ่มต้นตั้งแต่ไตรมาส 4/60

THCOM ตั้งเป้าที่จะเซ็นสัญญาใหม่เพิ่มเติมกับลูกค้าในแถบอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและแถบเอเชียใต้ภายในปี 2561 บริษัทได้ทำการเซ็นสัญญาใหม่ไปแล้วกับลูกค้าสองรายในไตรมาส 3/60 ซึ่งได้แก่ จำนวน 1 ทรานสปอนเดอร์เคยูแบนด์ของดาวเทียมไทยคม 8 (หรือคิดเป็น 4% ของจำนวนช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 8 ทั้งหมด) กับบริษัทเอ็มวี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (เอ็มวีไอ) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเพย์ทีวีที่ต่อตรงเข้าถึงบ้านใน
ประเทศลาว และจำนวน 2.5 ทรานสปอนเดอร์ของดาวเทียมไทยคม 6
(หรือคิดเป็น 21% ของจำนวนช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 6 ที่จัดสรร
ให้กับทวีปแอฟริกาทั้งหมด) กับบริษัทไอแซท แอฟริกา จำกัด ในประเทศ
เคนย่า ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโทรคมนาคมรายใหญ่ในทวีปแอฟริกา

เราคาดว่าทั้งลูกค้าเอ็มวีไอและไอแซทมีแนวโน้มที่จะเริ่มใช้งานตั้งแต่ไตรมาส 4/60 เป็นต้นไป ดังนั้น THCOM จึงมีแนวโน้มที่จะเริ่มรับรู้รายได้จากลูกค้าทั้งสองรายนี้ตั้งแต่ไตรมาส 4/60 เป็นต้นไปเช่นกันนอกจากนี้ลูกค้ารายปัจจุบันซึ่งได้แก่ เอเชียต้าของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งได้เซ็นสัญญาไปแล้วกับ THCOM ในไตรมาส 2/60 เพื่อเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมเคยูแบนด์บนดาวเทียมไอพีสตาร์จำนวนมากถึง 7 ทรานสปอนเดอร์ (หรือคิดเป็นมากกว่า 1 กิกะบิตต่อวินาที) คาดว่าจะใช้งานเพิ่มมากขึ้นในช่วงไตรมาส 4/60 เช่นกัน ดังนั้นเราจึงคาดว่ารายได้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมของ THCOM จึงมีแนวโน้มเริ่มทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในไตรมาส 4/60 ถ้าเปรียบเทียบ QoQ

อัพไซด์ด้านกฎระเบียบจากพรบ.กสทช.ที่ได้รับแก้ไขใหม่

สำหรับประเด็นความคืบหน้าด้านกฎระเบียบอยู่ระหว่างการรอการแก้ไขพรบ.กสทช. เพื่อที่จะอนุญาตให้กสทช.สามารถที่จะรับผิดชอบทั้งการออกใบอนุญาตกิจการดาวเทียม และการยื่นเรื่องขอจองวงโคจรกับไอทียู (ซึ่ง ณ ปัจจุบันกระทรวงดีอีเป็นผู้รับผิดชอบการจองวงโคจรกับไอทียูให้กับ THCOM) ถึงแม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนในเรื่องของกรอบระยะเวลาของการผ่านร่างพรบ.กสทช.ฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการแก้ไข และโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ภายใต้พรบ.กสทช.ที่ได้รับการแก้ไขแล้วเพื่อที่จะให้กสทช. ทำการยื่นจองวงโคจรกับไอทียู แต่เราก็เชื่อว่าราคาหุ้น THCOM ณ ปัจจุบันมีความเสี่ยงขาลงที่ค่อนข้างจำกัดมากแล้ว