ทีมจนท.รื้อคดี'จอมทรัพย์' พร้อมแก้ข้อหาร่วมแก๊งรับจ้างติดคุก

ทีมจนท.รื้อคดี'จอมทรัพย์' พร้อมแก้ข้อหาร่วมแก๊งรับจ้างติดคุก

ยธ.เรียกทีมรื้อ "คดีครูจอมทรัพย์" ให้ข้อมูล ยันไม่มีธงเอาผิดใคร เน้นปรับปรุงระบบรับเรื่องร้องทุกข์ ขณะที่ "ดุษฎี" เรียกประชุมชุดลงพื้นที่เตรียมข้อมูลชี้แจง พร้อมรับหมายเรียก-แก้ข้อหาสมคบขบวนการรับจ้างติดคุก

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 60 นายวัลลภ นาคบัว ผอ.สำนักกิจการยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการรับรื้อฟื้นคดีให้กับนางจอมทรัพย์ ศรีบุญหอม หรือแสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู จ.สกลนครว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้เรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อว่าแนวทางการตรวจสอบ และทำหนังสือแจ้งไปยังข้าราชการผู้ที่เกี่ยวข้องให้รวบรวมข้อมูลเตรียมนำเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง คาดว่าสัปดาห์หน้าจะเชิญเจ้าหน้าที่ทุกรายที่เกี่ยวข้องกับการรื้อฟื้นคดีให้นางจอมทรัพย์เข้าให้ข้อมูลและตอบข้อซักถาม โดยจะตรวจสอบย้อนหลังตั้งแต่ขั้นตอนของการรับเรื่องร้องทุกข์ การรวบรวมพยานหลักฐาน การยื่นคำร้องขอให้ศาลรื้อฟื้นคดี และคำพิพากษายกคำร้อง นอกจากนี้ จะทำข้อมูลทั้งหมดที่มีการนำเสนอผ่านสื่อมาประกอบการพิจารณาด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าคำสั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบไม่ได้ตั้งธงว่าจะต้องพบคนผิด แต่ต้องการปรับปรุงระบบการรับเรื่องร้องทุกข์เพื่อขอให้รื้อฟื้นคดีอาญา

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า วันนี้ (27 พ.ย.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดที่ลงพื้นที่ช่วยรื้อฟื้นคดีให้กับนางจอมทรัพย์ เพื่อตรวจสอบข้อมูลในการลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือและเตรียมข้อมูลสำหรับชี้แจงกับกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะการเบิกงบประมาณที่ใช้ช่วยรื้อฟื้นคดี ประมาณ 80,000 บาท

ส่วนรายละเอียดในการช่วยเหลือจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.60 ที่นางจอมทรัพย์พ้นโทษออกจากเรือนจำและมาขอบคุณศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งในห้วงเวลาดังกล่าวศาลอุทธรณ์อนุญาตให้รื้อฟื้อคดีอาญาแล้ว รอการไต่สวนพยาน โดยชุดทำงานของพ.ต.อ.ดุษฎี มีเวลาประมาณ 20 วันในการตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสภาพรถยนต์ของนางจอมทรัพย์ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ เพราะรถของนางจอมทรัพย์มีสีบรอนซ์ทอง แต่สภาพรถจักรยานของผู้ตายกลับมีสีเขียวไปติดอยู่ใน 3 ตำแหน่ง ทำให้คดีมีข้อสงสัยว่าสีเขียวอาจเป็นสีของแผ่นป้ายทะเบียนที่หลุดไปติดกับจักรยานขณะเฉี่ยวชน

ส่วนกรณีที่ตำรวจจะออกหมายเรียกข้าราชการดีเอสไอในฐานะผู้ต้องสงสัยสมคบในขบวนการให้การเท็จ ก็จำเป็นต้องให้ตำรวจสอบสวนไปจนสุดทาง โดยกระทรวงยุติธรรมได้ยืนยันว่า เมื่อตรวจสอบพบว่านายสัป วาปี และนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง ให้การเท็จ โดยการสอบสวนไม่ผ่านเครื่องจับเท็จ กระทรวงยุติธรรมจึงได้ขอตัดพยานทั้ง 2 ปาก ไม่นำขึ้นเบิกความและได้แจ้งให้พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ รับทราบแล้ว

ด้านแหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า ข้าราชการดีเอสไอทั้ง 7 คน ที่อยู่ในกลุ่มอาจถูกตำรวจออกหมายเรียกในคดีสมคบกับขบวนการของครูจอมทรัพย์ เป็นชุดที่กระทรวงยุติธรรมขอตัวไปช่วยราชการหน้าห้องรองปลัดกระทรวง ส่วนนายนิธิต ภูริคุปต์ อดีตผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ลงพื้นที่ไปรับเรื่องร้องทุกข์และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพียงครั้งเดียว ส่วนที่เหลือเป็นความรับผิดชอบของทีมงานหน้าห้องรองปลัดกระทรวงยุติธรรมทั้งสิ้น โดยงบประมาณที่นำไปช่วยเหลือก็ไม่ได้เบิกจ่ายจากดีเอสไอ ไม่ว่าจะเป็นงบคุ้มครองพยานหรือค่าจ้างทนายความ