‘ดุสิต’ตั้งเป้า5 ปีเปิด 100โรงแรมรับท่องเที่ยวฟื้น

‘ดุสิต’ตั้งเป้า5 ปีเปิด 100โรงแรมรับท่องเที่ยวฟื้น

“ดุสิต”กางแผน 3-5 ปี  เดินหน้าขยายโรงแรมในเครือครบ 100 แห่ง หลังเซ็นสัญญารับบริหารในมือ 62 แห่ง ชี้สถานการณ์โรงแรมปลายปีฟื้นตัว เปิด 6 โรงแรมใหม่ ต่างประเทศ ปีหน้า พร้อมทิ้งทวนจัดฉลองครบรอบ 48 ปี โรงแรมดุสิตธานี สีลม ก่อนปิดตำนานรื้อถอน เดือน ก.ค.

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนธุรกิจว่า มุ่งกลยุทธ์สร้างการเติบโตในระยะยาวต่อเนื่อง ด้วยการวางแผนเพิ่มจำนวนห้องพักอีก “เท่าตัว” และสร้างความสมดุลรายได้จากในและต่างประเทศสัดส่วนเท่ากัน 

โดยปีนี้มีความคืบหน้าในการเซ็นสัญญาเพิ่ม 13 แห่ง อาทิ บาห์เรน บังคลาเทศ จีน เอธิโอเปีย เนปาล และเวียดนาม รวมมีโรงแรมที่เซ็นสัญญาและอยู่ระหว่างการพัฒนา 62 แห่ง ในกว่า 17 ประเทศ เมื่อรวมกับโรงแรมที่เปิดให้บริการอยู่แล้วในปัจจุบัน 28 แห่ง และยังมีความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทโดสเซ่น อินเตอร์เนชั่นแนล ของจีนเพื่อขยายในจีนอย่างต่ำ 40 แห่งในรูปแบบแฟรนไชส์ด้วย ทำให้คาดว่าหลังจาก 3-5 ปีต่อไปนี้ กลุ่มดุสิตจะมีโรงแรมเปิดให้บริการทั้งสิ้น 100 แห่งได้ขึ้นไป

รื้อดุสิตธานี สีลม ก..ปีหน้า 

นอกจากนั้น ภายในงานเปิดตัวหนังสือใหม่ของโรงแรมดุสิตธานี ที่พิมพ์ขึ้นในโอกาสฉลองครบรอบ 48 ปีเพื่อรำลึกประวัติศาสตร์ก่อนที่จะปรับปรุงครั้งใหญ่เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสม (มิกซ์ยูส) ในปี 2561 นั้น นางศุภจี กล่าวถึง ความคืบหน้าโครงการมูลค่ากว่า 3.67 หมื่นล้านบาทดังกล่าว ซึ่งอยู่ภายใต้ความร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัล ในนาม บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)  หรือ ซีพีเอ็น ด้วยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงแบบให้มีความเหมาะสม 

“กำหนดการปิดให้บริการยังอยู่ที่เดือน เม.ย.เหมือนเดิม และจะเริ่มรื้อถอนโครงสร้างหลักได้ภายในเดือน ก.ค.2561”

ทั้งนี้  ได้รายงานตลาดหลักทรัพย์ด้วยว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการรื้อถอนอาคารสำนักงานและอาคารพาณิชย์ที่อยู่บนพื้นที่ๆ ได้รับเพิ่มเติมซึ่งติดอยู่กับอาคารสำนักงานและอาคารจอดรถของโรงแรม หลังจากชำระค่าเช่าล่วงหน้าให้แก่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เรียบร้อยแล้วในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

ปั้นแลนด์มาร์คกรุงเทพฯ 

นางศุภจี กล่าวว่า โครงการอาจจะล่าช้าไปบ้าง แต่ไม่เกินกำหนดการพัฒนาโครงการตามระยะที่วางไว้ โดยตั้งใจพัฒนาที่ดินดังกล่าวเพื่อให้สีลมกลับมาเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ เหมือนกับเส้นทางประวัติศาสตร์ที่โรงแรมเคยบุกเบิกมาในอดีต และเป็นที่ดินที่มีมูลค่าทางจิตใจเพราะเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ดังนั้นการออกแบบก่อสร้างใหม่จะยังอนุรักษ์และนำแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมแบบเดิมที่มี และนำเอาทรัพยากรของโรงแรมที่เป็นเอกลักษณ์เก็บไปใช้กับโรงแรมใหม่ ซึ่งจะมีการพัฒนาพื้นที่ใช้สอยทั้งระดับใต้ดินเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที บนดินที่เชื่อมต่อกับระบบถนนให้สะดวกมากขึ้น รวมถึงเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสได้โดยตรงด้วย นอกจากการสร้างโรงแรมใหม่แทนที่แล้ว จะมีอาคารที่พักอาศัย, สำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีกบนที่ดินรวมกว่า 24 ไร่ด้วย

 ขณะที่ความคืบหน้าในการหารายได้ชดเชยระหว่างที่ปิดโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เบื้องต้นได้ทำเลในการนำร้านอาหาร 3-4 ร้านออกไปเปิดจำหน่ายนอกโรงแรมแล้ว แต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาจึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนการลงทุนโรงแรมใหม่ๆ ต่างประเทศก็ยังมองหาโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่น่าจะมีโรงแรมที่ลงทุนได้เอง 2 แห่งที่กรุงโตเกียวและเมืองเกียวโต

เปิด6โรงแรมใหม่ปีหน้า

ด้านนายลิม บุน ควี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ในปีหน้าเตรียมเปิดโรงแรมใหม่อีก 6 แห่ง ได้แก่ เวียดนาม 2 แห่ง, สิงคโปร์ 1 แห่ง, บาห์เรน 1 แห่ง, มะนิลา 1 แห่ง และภูฏาน 1 แห่ง ซึ่งในช่วงที่เหลืออีก 2 เดือนต่อไปนี้ยังมีโอกาสเซ็นโรงแรมใหม่ๆ เพิ่ม โดยขณะนี้เริ่มการขยายในรูปแบบแฟรนไชส์นอกเหนือจากที่จีนไปบ้างแล้ว เช่น ที่ บังคลาเทศ และ เวียดนาม เป็นต้น

สำหรับสถานการณ์ของธุรกิจโรงแรมในไทยที่มีอยู่ 13 แห่ง ซึ่งดุสิตฯ เป็นเจ้าของเอง 8 แห่ง ยอมรับว่าตั้งแต่ช่วงต้นปีตลาดในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มจัดประชุมสัมมนาอ่อนตัวลงไปบ้าง ขณะที่กลุ่มการจัดเลี้ยงต่างๆ มาชะลอในช่วงเดือน ต.ค.หลีกทางให้กับงานพระราชพิธีสำคัญของไทย แต่ตลาดต่างประเทศยังมีการเติบโตได้ตามปกติ แต่ในช่วง 2 เดือนสุดท้าย เริ่มเห็นความต้องการของลูกค้ากลับเข้ามาเหมือนเดิมแล้ว เพราะมีปัจจัยด้านฤดูท่องเที่ยวไฮซีซันช่วยสนับสนุน ดังนั้นหากให้ประเมินสถานการณ์ธุรกิจโรงแรมปีหน้า เชื่อว่าจะเติบโตสูงขึ้นได้แน่นอนในทุกตลาด เพราะไม่มีปัจจัยเหมือนกับช่วงไตรมาส 4 ของทั้งปี 2559 และ 2560 ที่มีเหตุการณ์สำคัญในประเทศเกิดขึ้น

ปรับห้องพักฉุดรายได้ลด

ทั้งนี้ ดุสิตธานีรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปีนี้ว่า มีรายได้จากธุรกิจโรงแรม 917 ล้านบาท ลดลงราว 8.9%เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากโรงแรมในประเทศลดลงราว 8.4%สาเหตุหลักจากการปรับปรุงห้องพักโรงแรมดุสิตธานี พัทยา และดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งอยู่ภายใต้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี ส่งผลให้จำนวนห้องพักที่สามารถขายได้ลดลง และยังมีรายได้ในส่วนอาหารเครื่องดื่มจากการจัดเลี้ยงที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ลดลงด้วย

ส่วนรายได้จากโรงแรมต่างประเทศลดลงราว 5.5%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก 2 ปัจจัยคือ การปรับปรุงห้องพักโรงแรมดุสิตธานี มะนิลา ทำให้จำนวนห้องที่ขายได้ลดลง และได้รับผลกระทบจากการแปลงค่างบการเงินในสกุลเงินต่างประเทศเป็นเงินสกุลบาท โดยเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปี 2559 ค่าเงินบาทแข็งขึ้น 4%เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และแข็งค่าขึ้นกว่า 10%เทียบกับเงินเปโซ