หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหนุนดาวโจนส์ปิดบวก

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหนุนดาวโจนส์ปิดบวก

หุ้นกลุ่มสื่อสารปรับตัวขึ้นนำตลาด และดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 4.8% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นการดีดตัวขึ้นเป็นไตรมาสที่ 8 ติดต่อกัน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2540

หุ้นวอลล์สตรีท ปิดปรับตัวขึ้น หลังมีกระแสข่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พบปะกับนายเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือเกี่ยวกับการแต่งตั้งให้เขาดำรงตำแหน่งประธานเฟด สืบต่อจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดคนปัจจุบัน ประกอบกับ นักลงทุนจับตามาตรการปรับลดภาษีของนายทรัมป์

ทั้งนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันศุกร์ (29ก.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น  ปรับตัวขึ้น  23.89 จุดหรือ 0.11 % ปิดที่ 22,405.09 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 9.3 จุดหรือ 0.37% ปิดที่ 2,519.36 จุดและดัชนีแนสแด็ก บวก 42.51 จุดหรือ 0.66% ปิดที่ 6,495.96 จุด

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มสื่อสารปรับตัวขึ้นนำตลาด และดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 4.8% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นการดีดตัวขึ้นเป็นไตรมาสที่ 8 ติดต่อกัน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2540

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตามาตรการปรับลดภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยในวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น ปธน.ทรัมป์จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนปฏิรูปภาษี ขณะกล่าวปราศรัยต่อสมาคมผู้ผลิตแห่งชาติสหรัฐที่กรุงวอชิงตัน

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ได้เปิดเผยมาตรการปฏิรูปภาษีวงเงินเกือบ 6 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเสนอให้มีการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ลงสู่ระดับ 20% จากปัจจุบันที่ระดับ 35% และลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นสูงสุดลงสู่ระดับ 35% จากปัจจุบันที่ 39.6% โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐ

การเปิดเผยมาตรการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี มีขึ้นในระหว่างที่ปธน.ทรัมป์กล่าวปราศรัยที่เมืองอินเดียนาโพลิส โดยนอกเหนือจากการเสนอให้ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว ปธน.ทรัมป์ ยังเปิดเผยแผนการปรับลดภาษีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก และยกเลิกนโยบายลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลบางกลุ่ม ซึ่งรวมถึงกลุ่มบุคคลที่ได้ประโยชน์จากนโยบายลดหย่อนภาษีในรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครต

ขณะเดียวกัน การแข็งค่าของดอลลาร์ในวันนี้ เป็นปัจจัยกระทบต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ต้องพึ่งพารายได้จากต่างประเทศ

ดอลลาร์ปรับตัวในกรอบกลางของ 112 เยนในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนไม่ต้องการซื้อขายล็อตใหญ่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองในญี่ปุ่น ก่อนการเลือกตั้งในเดือนหน้า