MINT - ซื้อ

MINT - ซื้อ

ตลาดรับรู้ผลกระทบจากการเพิ่มจำนวนหุ้นแล้ว ถึงเวลาผงาด!

ประเด็นการลงทุน

ราคาหุ้นที่ได้รับแรงกดดันในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. นั้นได้สะท้อนผลกระทบจากแปลงสภาพ MINT-W5 ที่จะเกิดขึ้นในเดือนพ.ย. 2560 แล้ว โดยเรามีมุมมองเชิงบวกต่อสถานะการเงินที่จะแข็งแกร่งขึ้นมากอย่างชัดเจนในอนาคต กอปรกับโอกาสดีลซื้อกิจการหลังจากบริษัทได้รับเงินจากการแปลงสภาพ MINT-W5 ในไตรมาส 4/60 นอกจากนี้ผลประโยชน์จากการซื้อกิจการก่อนหน้าในปี 2560 โดยเฉพาะ Tivoli จะเริ่มออกดอกออกผลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในปี 2561 โดยเราปรับเป้าหมายการลงทุนเป็นสิ้นปี 2561 โดยให้ราคาเป้าหมายที่ประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 46 บาท ภายใต้สมมติฐานว่ามีการใช้สิทธิ์แปลงสภาพเต็มจำนวน (คิดลดมูลค่าหุ้นด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 20%, สมมติฐาน WACC 7.7% และ terminal growth rate 2%)

กำไรหลักต่อหุ้นยังเติบโต แม้มีการแปลงสภาพ warrant

เราได้นำผลจากจำนวนหุ้นที่จะเพิ่มขึ้น 5% จากการใช้สิทธิ์แปลงสภาพ MINT-W5 (วันที่ 3 พ.ย. เป็นวันใช้สิทธิ์วันสุดท้าย, อัตราการแปลงสภาพ 1:1, ราคาแปลงสภาพอยู่ที่ 36.36 บาท ซึ่งปัจจุบันถูกกว่าราคาบนกระดานหุ้นเป็นสถานะ in-the-money เราปรับลดอัตรากำไรหลักต่อหุ้น สำหรับปี 2560 ลงจาก 1.26 บาท มาอยู่ที่ 1.21 บาท (fully diluted) และจาก 1.45 บาทมาอยู่ที่ 1.38 บาท สำหรับปี 2561 โดยแม้จำนวนหุ้นมากขึ้น แต่ประมาณการกำไรหลักต่อหุ้นยังคงเติบโตแข็งแกร่งที่ 16% ในปี 2560 และ 15% ในปี 2561

สองทางเลือกในการใช้เงินใหม่ที่จะเข้ามา พ.ย นี้

เงินจำนวน 7.7 พันล้านบาทที่จะได้จากการแปลงสภาพ MINT-W5 ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.3 เท่า ณ สิ้นเดือนมิ.ย. มาอยู่ที 0.7-0.8 เท่าในปี 2560 โดยเราคาดบริษัทอาจเลือกที่จะนำเงินที่ได้มานี้ไปจ่ายหนี้คืนในระยะสั้น (หุ้นกู้มูลค่า 4.7 พันล้านบาท และ 2.7 ล้านบาทจะครบอายุในไตรมาส 4/60 และปี 2561 ตามลำดับ) และ/หรือ สำรองเงินที่เหลือไว้สำหรับการซื้อกิจการในอนาคต ทั้งนี้การจ่ายหนี้คืนจะช่วยลดดอกเบี้ยจ่ายได้ประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี และเพิ่มกำไรได้ประมาณ 4% อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ได้นำปัจจัยนี้มาคิดในประมาณการของเรา แต่หากมีการซื้อกิจการใหม่ (ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอาหาร หรือโรงแรม) จะสร้างความประหลาดใจเชิงบวกด้วยเช่นกัน

การปรับปรุง Tivoli จะเริ่มออกดอกออกผลในครึ่งหลังปีนี้ และมาเต็มในปี 2561

นักลงทุนตั้งความหวังอย่างมากว่า Tivoli จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตหลังจากการปรับปรุงโรงแรม Tivoli ทั้งห้าแห่งแล้วเสร็จในปี 2560 และอีกสามแห่งในครึ่งแรกของปี 2561 รายได้เฉลี่ยต่อห้องของ Tivoli เริ่มงอกงามแล้วหลังจากมีการปรับปรุง (รายได้จากโรงแรม 5 แห่งที่แล้วเสร็จในปี 2560 คิดเป็น 60% ของรายได้ Tvoli ทั้งหมด) แต่ผลทั้งหมดจะงอกเงยในปี 2561 รายได้เฉลี่ยต่อห้องเติบโตของโรงแรม Tivoli ในประเทศโปรตุเกสพลิกจากติดลบในไตรมาส 1/60 เป็นเติบโต 7% YoY ในไตรมาส 2/60 และน่าจะเติบโตด้วยตัวเลขหลักเดียวระดับสูงในไตรมาส 3/60

คาดกำไรรายไตรมาสเป็นขาขึ้นจนถึงไตรมาส 1/61

เราคาดตัวเลขผลการดำเนินงานโดยภาพรวมในไตรมาส 3/60 จะใกล้เคียงกับไตรมาส 2/60 แต่เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น กอปรกับประสิทธิภาพสูงขึ้น จึงคาดการณ์เบื้องต้นว่ากำไรหลักไตรมาส 3/60 สูงขึ้น 18% YoY และ 50% QoQ เราคาดแนวโน้มการเติบโตแกร่งนี้จะต่อเนื่องไปยังไตรมาส 4/60 และ 1/61 หนุนโดยผลการดำเนินงานไตรมาส 4/59-1/60 ในประเทศไทยมีฐานต่ำ, เดือนต.ค.- ธ.ค. และม.ค.-ก.พ. เป็นช่วงไฮซีซั่นสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศไทยและมัลดีฟ ตามลำดับ, กำไรเพิ่มขึ้นจากการถือหุ้น Riverside มากขึ้น 16.7% (MINT ถือหุ้นบริษัทในจีนรวม 85.9%), และการขายอสังหาฯ ในจังหวัดภูเก็ต เราคาดกำไรหลักในครึ่งหลังของปี 2560 จะเติบโตในอัตราประมาณ 20-25% YoY