วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (26 ก.ย.60)

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (26 ก.ย.60)

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มต่อ หลังการปรับลดกำลังการผลิตเริ่มส่งผลให้ตลาดกลับเข้าสู่สมดุล

+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มต่อเนื่องหลังตลาดน้ำมันเริ่มกลับเข้าสู่สมดุลซึ่งเป็นผลมาจากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศโอเปค (OPEC) และประเทศนอกกลุ่มโอเปค (Non-OPEC) โดยการปรับลดกำลังการผลิตนี้ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบเบรนท์อย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสยังไม่สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นไปได้มากนักเนื่องจากอุปทานน้ำมันดิบจากสหรัฐยังคงล้นตลาด แม้เฮอริเคน Harvey จะส่งผลให้การผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ชะงักไปราวร้อยละ 25 แต่ก็เป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นและสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว

+ ประเทศอิหร่านวางแผนที่จะจำกัดการส่งออกน้ำมันดิบและคอนเดนเซทไว้ที่ระดับ 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน จนถึงสิ้นปี 2560 หลังอิหร่านสามารถบริหารจัดการปริมาณน้ำมันดิบคงคลังได้อย่างเหมาะสมและความต้องการใช้น้ำมันดิบในประเทศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยอิหร่านได้หยุดดำเนินการขุดเจาะน้ำมันดิบที่แท่น South Pars เป็นเวลา 1-2 เดือนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเทคนิคซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกคอนเดนเซทในเดือนตุลาคมมีแนวโน้มลดลงไปอีกราว 450,000 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 80 ของการส่งออกคอนเดนเซดเฉลี่ยในรอบ 15 เดือนที่ผ่านมา

+/- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของรัสเซียยังไม่ชี้ชัดเกี่ยวกับการปรับลดกำลังการผลิตของประเทศว่าจะยืดระยะเวลาออกไปจากเดือน มี.ค. 2561 เหมือนกลุ่มประเทศโอเปคหรือไม่ โดยการตัดสินใจจะเป็นที่แน่ชัดก่อนเดือน ม.ค. 2561

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อจากอิหร่านที่คาดจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคายังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังที่สิงคโปร์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากฤดูมรสุม อย่างไรก็ตาม ราคาได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 9 สัปดาห์

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

  • ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 55-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

  • ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังปริมาณการผลิตและการนำเข้าน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่ โรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ ยังคงปิดดำเนินการกว่า 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 14.2 ของกำลังการผลิต โดยในสัปดาห์ล่าสุด EIA รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 ก.ย. 60 ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 4.6 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 472.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันกว่า 3 สัปดาห์ติดต่อกันและสูงกว่าตัวเลขที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาร์เรล
  • การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ คาดจะปรับเพิ่มขึ้นและส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 ก.ย. 60 ปรับเพิ่มขึ้นกลับมาสู่ระดับเดิมก่อนเกิดพายุ Harvey ที่ระดับ 9.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดปริมาณการผลิตในเดือน ธ.ค. จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน นำโดยการเพิ่มขึ้นของแหล่งผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน
  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคคาดจะปรับลดลงต่อเนื่อง หลังกลุ่มผู้ผลิตยังคงเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตต่อเนื่อง โดยล่าสุดในเดือน ส.ค. ผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคปรับเพิ่มความร่วมมือขึ้นมาจาก 85% มาอยู่ที่ 94% ในขณะที่ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคปรับเพิ่มความร่วมมือมาสู่ระดับ 119% ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 100% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการปรับลดกำลังการผลิตมา นอกจากนี้ยังต้องจับตาการหารือระหว่างกลุ่มผู้ผลิตว่าจะมีการออกมาตรการเพิ่มเติมโดยการขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตจากเดิมที่สิ้นสุดเดือน มี.ค. 61 หรือมีการปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมจากเดิมที่ได้ตกลงกันไว้ว่าจะปรับลดลง 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือไม่

---------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)          

โทร.02-797-2999