กสิกรชี้ยอดใช้ ‘โมบายแบงกิ้ง’ พุ่ง

กสิกรชี้ยอดใช้ ‘โมบายแบงกิ้ง’ พุ่ง

กสิกรชี้ยอดใช้ "โมบายแบงกิ้ง" พุ่ง ไตรมาสแรกลูกค้าแตะ 5.1 ล้านคน ใช้งานสม่ำเสมอ 80%

กสิกรไทย เผยยอดใช้ “โมบายแบงกิ้ง” เพิ่มต่อเนื่อง ไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มแตะ 5.1 ล้านคน แอ็คทีฟราว 80% สะท้อนคนใช้มือถือทำธุรกรรมการเงินมากขึ้น ลุยเน้นความปลอดภัย ด้วยระบบรักษาความปลอดภัย 3 ขั้น

นางสาวนพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ยอดจำนวนผู้ใช้ระบบโมบายแบงกิ้งของธนาคาร เติบโตถึง 5.1 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2559 อยู่ที่ 4.6 ล้านคน และในปี 2558 มีเพียง 2.6 ล้านคนเท่านั้น ในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอหรือแอ็คทีฟถึง 80%

สะท้อนได้ว่า ปัจจุบันคนไทยเริ่มหันมาทำธุรกรรมการเงินผ่านโมบายแบงกิ้งมือถือมากขึ้น ในส่วนของ K-Mobile Banking PLUS เมื่อลูกค้าธนาคารได้เริ่มทดลองใช้งานแล้วพบว่า พฤติกรรมลูกค้าคุ้นชินมากขึ้นด้วยฟีเจอร์การใช้งานที่ช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายและง่ายขึ้น

แต่สิ่งที่สำคัญ คือ เรื่องความปลอดภัย ที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจในการใช้งานและปกป้องมูล ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูง 3 ขั้น (Triple Lock Security) ด้วยระบบล็อก 3 ชั้น ทั้งล็อกเครื่อง ล็อกเบอร์ ล็อกด้วยรหัส โดยระบบจะทำการตรวจสอบข้อมูลเครื่องโทรศัพท์ เบอร์โทรศัพท์ และรหัสผ่านส่วนตัวทุกครั้ง ก่อนอนุญาตให้เข้าใช้งาน

ล่าสุด ในงานมันนี่ เอ็กซ์โป กรุงเทพฯ 2017 ธนาคารเตรียมอัพเดทแอพพลิเคชั่น K-Mobile Banking PLUS สร้างประสบการณ์ใหม่ที่สามารถออกบัตรเอทีเอ็มและเพิ่มวงเงินบัตรเครดิต ได้ด้วยตัวเองไม่ต้องไปที่สาขา อีกทั้งพร้อมเปิดตัว K-Mobile Banking for SME ในงานนี้ด้วย

นอกจากนี้ นางสาวนพวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางด้านธุรกิจบัตรเดบิตของธนาคาร ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ พบว่า มียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรฯสูงถึง 30% หรือทะลุเป้าทั้งปีนี้ ตั้งไว้ที่ 25% สะท้อนได้ว่า หลังจากรัฐบาลและภาคสถาบันการเงิน ร่วมมือกันผลักดันการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอีเพย์เม้นต์ ระบบพร้อมเพย์ และกระจายการติดตั้งเครื่องอีดีซี ส่งผลให้คนเริ่มมีความเข้าใจเรื่องดังกล่าวมากขึ้นและหยิบบัตรเดบิตมาใช้จ่ายแทนเงินสดมากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา และในสัปดาห์หน้าภาครัฐจะทยอยประกาศมาตรการออกมาเพิ่มเติมอีก คาดว่า แนวโน้มยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตทั้งปีนี้ยังเติบโตได้ดี

ปัจจุบันธนาคารเป็นผู้นำในตลาดบัตรเดบิต มีส่วนแบ่งการตลาด 40% และมีมูลค่ายอดการใช้จ่ายที่ 60,000 ล้านบาท แต่มองว่ามูลค่าดังกล่าวยังไม่สูงมากนัก โดยที่ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ยังใช้เงินสดหรือใช้บัตรฯไปกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มมาใช้จ่ายอยู่

ดังนั้น ในปีนี้ธนาคารยังให้ความสำคัญทยอยติดตั้งเครื่องอีดีซี ให้ครอบคลุมร้านค้ารับบัตรเดบิตมากขึ้น หลังจากเริ่มติดตั้งเมื่อกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมานี้ และพยายามเข้าไปติดต่อกับหน่วยงานรัฐ ทั้งให้ความรู้และทำความเข้าใจในเรื่องการช่วยลดภาระการบริหารจัดการเงินสดของหน่วยงานรัฐ เพื่อดำเนินการตามนโยบายภาครัฐที่ธนาคารมีหน้าที่ติดตั้งเครื่อง EDC แก่ร้านค้าและหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศภายในระยะเวลา 1 ปี และธนาคารตั้งเป้าขยายจำนวนบัตรเดบิตใหม่ในปีนี้อีก 1 ล้านใบ หรืออยู่ที่ 12 ล้านใบจากปี 2559 อยู่ที่ 11 ล้านใบ