'กองทุน' ลุยซื้อหุ้นไทย3หมื่นล้าน

'กองทุน' ลุยซื้อหุ้นไทย3หมื่นล้าน

"กองทุน" ลุยซื้อหุ้นไทย3หมื่นล. เชื่อมั่นบริษัทจดทะเบียนกำไรโตอีก2ปี "4เดือน"ทยอยเก็บหุ้นขนาดกลาง-เล็กเข้าพอร์ตลงทุน

นักลงทุนสถาบันเดินหน้าซื้อหุ้นไทย4เดือน ยอดซื้อสุทธิเฉียด 3 หมื่นล้านบาท ด้านบลจ.ทาลิส ประเมิน หุ้นไทยเติบโตดี แม้ว่าดัชนีไม่ไปไหน คาดกำไรบจ.โตต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี สำรวจพบกองทุนทยอยซื้อหุ้นขนาดกลาง-เล็กเข้าพอร์ตลงทุน

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ในส่วนการซื้อขายนักลงทุนประเภทรายกลุ่มตั้งแต่ต้นปี 2560 พบว่า นักลงทุนสถาบัน เดินหน้าเข้าซื้อหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง โดยณ วันที่ 27 เม.ย.2560 มียอดซื้อสุทธิอยู่ที่ 29,584.26 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 4,400.94 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 3,450.25 ล้านบาท และนักลงทุนภายในประเทศอยู่ที่ 37,435.45 ล้านบาท

สอดคล้องกับข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานว่า กองทุนไทยได้ทยอยซื้อหุ้นบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง จนทำให้มีสัดส่วนการถือครองเกิน 5% ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด รายงานเข้าซื้อหุ้นบริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SQ เพิ่มขึ้น 0.28% ทำให้ถือครองหุ้นทั้งสิ้น 5.16% กองทุน อเบอร์ดีน แอสเส็ท แมนเนจเม้นท์ เอเชีย ลิมิเต็ด เข้าถือหุ้น บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC เพิ่มขึ้น 0.07% โดยถือครองทั้งหมด 5.07% บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง จำกัด เข้าถือหุ้น บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA เพิ่มขึ้น 0.19% เป็นถือครองทั้งสิ้น 10.13%

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส เปิดเผยว่า แม้ภาพความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นจะแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ แต่จะเห็นว่า นักลงทุนสถาบันยังเข้าเก็บหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่มีมุมมองที่ดีกับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน และเชื่อมั่นว่าจะสามารถเติบโตได้ไปอีกอย่างน้อยใน 2 ปีข้างหน้า

“มุมมองของนักลงทุนสถาบันนั้นยังดีมากกับตลาดหุ้นไทย แม้ว่าในระยะสั้นจะแกว่งตัวในกรอบแคบ แต่หากพิจารณาการเติบโตจะพบว่า กำไรบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตต่อเนื่อง ทั้งในปีนี้และปีหน้า โดยมองว่าจะเติบโตในระดับ 6-7%"

ทั้งนี้ มุมมองดังกล่าวยืนยันชัดเจน หลังจากที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสที่ 1/2560 ที่เริ่มประกาศออกสะท้อนทิศทางในเชิงบวกหลายบริษัท และเชื่อว่าจะรักษาแนวโน้มการเติบโตอย่างน้อยถึงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ส่วนปัจจัยต่างประเทศในระยะสั้น อาจมีความรุนแรงมากขึ้น แต่หากพิจารณาจะพบว่า ตลาดหุ้นต่างประเทศไม่ได้ตอบรับกระแสความขัดแย้งมากนัก

ในทางกลับกันพบว่า ตลาดหุ้นต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้นจนทำสถิติใหม่ ต่างจากประเทศไทยที่ยังแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบๆ ซึ่งมองว่าตลาดหุ้นไทย ยังสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ โดยหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจลงทุนนั้น คือกลุ่มพลังงานที่จะได้รับประโยชน์จากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบ รวมถึงกลุ่มที่เกี่ยวธุรกิจใหม่ๆที่เริ่มมีมากขึ้น

ด้านนายเอกภาวิน สุนทราภิชาติ นักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะพบว่า นักลงทุนสถาบัน ยังเป็นกลุ่มหลักที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทย โดยจากต้นปีมีการซื้อสุทธิค่อนข้างมาก และน่าจะมีทิศทางดังกล่าวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญกับภาวะการปรับฐานอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นคำแนะนำการลงทุนระยะสั้น คือให้ชะลอการลงทุน และทยอยลดพอร์ต