ชี้เก็บค่าสมาชิกพรรค100บาท มีข้อยุติในชั้น สนช. แน่

ชี้เก็บค่าสมาชิกพรรค100บาท มีข้อยุติในชั้น สนช. แน่

รอง ปธ.สนช. เชื่อเก็บค่าสมาชิกพรรค100บาท มีข้อยุติในชั้น สนช. แน่ ไปไม่ถึงขั้นต้องตั้งกมธ.ร่วม

ที่จังหวัดตรัง นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ให้สัมภาษณ์ถึง ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยกรรมการการเลือกตั้งและร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนแปรญัตติของสมาชิก ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้ง2ฉบับ ที่กำลังเร่งดำเนินการ เพื่อให้ทันตามกรอบ45วัน และในวันที่20-21พ.ค.ทางคณะกรรมาธิการทั้ง2ชุดจะจัดสัมมนานอกสถานที่และเก็บตัวเพื่อร่างกฎหมายดังกล่าวให้แล้วเสร็จ เพื่อเตรียมเข้าสู่การพิจารณา สนช.ในวาระที่2และ3ในวันที่8และ15มิ.ย.นี้

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายยังมีความเห็นแตกต่างในเรื่องค่าสมาชิกสมาชิก100บาทในรร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญก็ระบุให้รับฟังความเห็นรอบด้านและศึกษาผลกระทบของกฎหมาย ซึ่งก็มีการเสนอความเห็นในหลายด้าน ในส่วนของสนช.เองก็มีการเสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามสุดท้ายทุกอย่างก็ต้องจบว่าจะเขียนกันอย่างไร ขอให้รอฟังก่อน ที่ผ่านมามีการแสดงความคิดเห็นออกมาอย่างต่อเนื่องและหลายมุมมอง ทั้งเรื่องการเก็บค่าสมาชิกพรรคการเมือง ที่อยากให้ลดลงหรือไม่ต้องเก็บนั้น เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยห้ามให้พรรคหรือคนอื่นออกเงินค่าสมาชิกให้ เพราะหากไม่มีกฎหมายกำหนด พรรคการเองก็จะใช้วิธีการรวบรวมรายชื่อและสำเนามาจดทะเบียนก่อตั้งพรรคได้ ทำให้ประชาชนไม่มีส่วนร่วม แต่หากมีการเก็บค่าสมาชิก ก็จะทำให้สมาชิกตระหนักถึงความเป็นสมาชิกของตัวเอง

“เราต้องแยกสิทธิในการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ไม่ใช่หน้าที่ทุกคนต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองถ้าเป็นหน้าที่ผมก็ไม่เห็นด้วยที่ให้มาเก็บค่าสมาชิก แต่นี่สิทธิ จะเป็นก็ได้ไม่เป็นก็ได้ หากเป็นก็ต้องเสียค่าสมาชิก จะได้มีส่วนร่วม ในการมีสิทธิมีเสียงในกิจกรรมของพรรคการเมือง เชื่อว่า เมื่อสุดท้ายก็จะมีผลสรุปในเรื่อของการเก็ยบค่าสมาชิกที่ทุกฝ่ายยอมรับ ส่วนที่จะไปถึงขั้นต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมหรือไม่นั้น ผมเห็นว่า เป็นทางออกสุดท้ายหากเดินไปไม่ได้ แต่เชื่อว่า แนวคิดของสนช.ไม่ให้ไปถึงตรงนั้นแน่ “

เมื่อถามต่อว่า ก่อนหน้ามีความขัดแย้งในการตั้งประธานคณะกรรมาธิการร่าพ.ร.ป.กกต. จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร นายพีระศักดิ์ กล่าวว่าทุกสังคมก็การโต้เถียงแสดงความคิดกัน การเลือกตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการก็เช่นกัน เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย เมื่อเลือกเสร็ตแล้วทุกอย่างจบไปจากนี้ก็มาร่วมทำงานกัน อย่างไรก็ตามในการตั้งคณะกรรมการศึกษาร่างพ.ร.ป.ที่จะเข้ามาสู่การพิจารณาของสนช.ก็ได้มีการหารือกันในเบื้องต้นว่า อาจจะให้ตนและนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่1เพื่อไม่ต้องไปผูกมัดกับการเลือกประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.ป.เมื่อร่างพ.ร.ป.เข้ามาก็สามารถเลือกประธานคณะกรรมาธิการฯได้อย่างอิสระ