แรงงานบราซิลประท้วงใหญ่สุดรอบ 20 ปี

แรงงานบราซิลประท้วงใหญ่สุดรอบ 20 ปี

สหภาพแรงงานบราซิล ปะทะตำรวจปราบจลาจลหลายเมืองทั่วประเทศ ถือเป็นการชุมนุมประัท้วงต้านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลครั้งใหญ่สุด นับตั้งแต่ปี 2539

ตำรวจปราบจลาจลบราซิล ใช้แก๊สน้ำตาสลายผู้ประท้วงที่ก่อเหตุจลาจล หลังการประท้วงใหญ่ต่อต้านมาตรการประหยัดของรัฐบาลกลายเป็นความรุนแรง ทั้งที่เริ่มต้นด้วยความสงบ

ทั้งนี้ สหภาพแรงงานและกลุ่มฝ่ายซ้าย ชักชวนคนผละงานทั่วประเทศ เพื่อประท้วงมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาล โดยเฉพาะการลดเงินบำนาญ รถไฟฟ้าตามเมืองใหญ่อย่างนครเซาเปาโล กรุงบราซิเลีย และเมืองเบโลโอรีซอนซี ก็งดให้บริการ

การชุมนุมประท้วงเกิดขึ้น 26 รัฐของบราซิล ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2539 เพื่อคัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาล โดยเฉพาะในส่วนของการปรับเพิ่มเพดานการเกษียณอายุจาก 60 ปีสำหรับผู้ชาย และ 55 ปีสำหรับผู้หญิง ขึ้นเป็น 65 ปี และ 62 ปีตามลำดับ ส่งผลให้ระบบขนส่งสาธารณะ สถานศึกษา และสถาบันการเงินแทบทุกแห่งในประเทศต้องหยุดให้บริการชั่วคราว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยสถานการณ์รุนแรงอยู่ที่กรุงบราซิเลีย ซึ่งเป็นเมืองหลวง เมืองรีโอเดจาเนโร เมืองเบโล ฮอริเซอนเต และเมืองเซาเปาลู ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและเป็นบ้านเกิดของประธานาธิบดีมิเชล เตเมร์

กลุ่มผู้ประท้วงพากันจุดไฟเผาทำลายรถประจำทางและยางรถยนต์ ในขณะที่ตำรวจปราบจลาจล ระดมยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาเพื่อควบคุมฝูงชน

ด้านประธานาธิบดีมิเชล เทเมอร์ประณามสถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น และยืนยันว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้มาตรการรัดเข็มขัดเพื่อรักษาเสถียรภาพในฐานะประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้ ซึ่งกลังเผชิญกับอัตราว่างงานที่สูงเป็นประวัติการณ์ 13.7% หรือคิดเป็นมากกว่า 14 ล้านคน และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) ที่มีแนวโน้มหดตัวอีกในปีนี้ หลังชะลอตัว 3.5% เมื่อปีที่แล้ว