RJH - ซื้อ

RJH - ซื้อ

รีบคว้าตอนราคาถูก!

ประเด็นการลงทุน

นับเป็นโอกาสทองในการซื้อหุ้น RJH เนื่องจากราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 14% นับตั้งแต่ต้นปี ทำให้ราคาตอนนี้ถือว่าถูกมาก PER ปี 2560 อยู่ที่ 34.2 เท่า ต่ำกว่าทั้งค่าเฉลี่ยหุ้นกลุ่มการแพทย์ที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเราที่ 36.5 เท่า และค่าเฉลี่ยกลุ่มการแพทย์ที่ 36.3 เท่า ราคาที่ปรับตัวลงส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากแผนการแตกพาร์ที่เลื่อนไป แต่อย่างไรก็ตามเรายังคงมั่นใจถึงการเติบโตของกำไรในปี 2560 ที่ 21% โดดเด่นกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มการแพทย์ที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเราที่โตแค่ 7% เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายที่ 33 บาท ด้วยวิธิคิดลดกระแสเงินสด DCF ณ สิ้นปี 2560 (อ้างอิงจากค่า WACC ที่ 7.8% และ terminal growth rate ที่ 2.0%)

กำไรไตรมาส 1/60 โตแรงสุดในกลุ่ม

RJH จะเป็นหุ้นตัวเดียวในกลุ่มการแพทย์ภายใต้การวิเคราะห์ของเราที่คาดว่าจะยังมีการขยายตัวของอัตรากำไรได้ โดยเฉพาะในไตรมาสแรกซึ่งอยู่ในช่วงไฮซีซั่นเราคาดการณ์ว่ากำไรหลักจะอยู่ที่ 46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY (เทียบกับหุ้นกลุ่มการแพทย์ที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเราที่โตเพียง 2% YoY สำหรับ) และ 8% QoQ หนุนโดยการขยายตัวของ
อัตรากำไรและการเติบโตของรายได้ (ซึ่งคาดว่าอยู่ที่ 4-6% หนุนโดยเคส ผู้ป่วยโรคร้ายแรง แม้จำนวนผู้ป่วยจะทรงตัว YoY) ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลง (จากเดิมที่ 8 ล้านบาทในไตรมาส 1/59 มาอยู่ที่ 2 ล้านบาทในไตรมาส 1/60) คาดว่าจะกระตุ้นอัตรากำไรสุทธิที่ 14.5% เพิ่มขึ้น 40 bps YoY ทั้งนี้ RJH โรจนะ สามารถพิสูจน์ให้เราเห็นได้ถึงการพลิก กลับมาเป็นกำไรได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดกำไรหลักที่ 5 ล้านบาท ในไตรมาส 1/60 (ซึ่งเป็นไตรมาสที่สองที่กลับมาเป็นกำไร)

กำไรโตดีต่อเนื่อง YoY ในไตรมาส 2/60

เราเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของจำนวนคนไข้ในเดือน มี.ค. หลังจากที่ปรับตัวลดลง YoY ในเดือน ม.ค.-ก.พ. เราคาดการเติบโตของกำไรหลักที่แข็งแกร่ง YoY ของ RJH เนื่องจากปัจจัยการพัฒนาเชิงบวก 3ประการ โดยประการแรกคือ RJH ได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่จากการทำสัญญากับศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลธนบุรี ในการร่วมกันรักษาโรคหัวใจ
ซึ่งทำให้เคสเพิ่มเป็นสองเท่า (จากเดิมมีเพียง 22 เคสต่อเดือน ในปี 2559 มาอยู่ที่มากกว่า 50 เคสต่อเดือนในปี 2560), ประการที่สองกำไรสุทธิของ RJH โรจนะ พลิกกลับมากำไร (จากเดิมขาดทุนที่ 3.3 ล้านบาท ในไตรมาส 2/59) ซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นกำไรของ RJH ให้เพิ่มมากขึ้น ประการที่สาม ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงจะกระตุ้นอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

แผนเพิ่มจำนวนเตียงในไตรมาส 3/60 ยังเป็นไปด้วยดี

RJH วางแผนที่จะปรับปรุงห้องผู้ป่วยในของตึกหลักและขยายจำนวนเตียงผู้ป่วยในถึง 12% โดยเพิ่มเตียง 23 เตียง (เตียงผู้ป่วยในโดยรวมจะอยู่ที่ 190 เตียง ในไตรมาส 3/60) การปรับปรุงในครั้งนี้คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ ภายในเดือน มิ.ย. ท่ามกลางความเสี่ยงของอัตราการใช้บริการที่อาจลดลงและต้นทุนที่อาจปรับตัวสูงขึ้น เรามองว่าจะส่งผลกระทบเพียง
เล็กน้อยเนื่องจาก 1) ต้นทุนในการปรับปรุงค่อนข้างต่ำอยู่เพียง 7 แสนบาทต่อเตียง คิดเป็นค่าเสื่อมเพียง 3 ล้านบาทต่อปี, 2) จำนวนเตียงใหม่ที่เพิ่มขึ้นในช่วงไฮซีซั่นคาดว่าจะทำให้อัตราการใช้บริการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระตุ้นรายได้ในไตรมาส 3/60 ทั้ง YoY และ QoQ


โอกาสปรับประมาณการกำไรจากประกันสังคม

หากสำนักงานประกันสังคมอนุมัติการเพิ่มอัตราค่าบริการทางการแพทย์ของผู้ประกันตน RJH จะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดในบรรดาหุ้นกลุ่มการแพทย์เนื่องจากมีส่วนแบ่งรายได้จาก
สำนักงานประกันสังคมสูงที่สุดถึง 46% ในปี 2559 โดย ณ สิ้นเดือน มี.ค. จำนวนสมาชิกของสำนักงานประกันสังคมจะเพิ่มขึ้น 5% อยู่ที่ 162,000 คน และคาดว่าตัวเลขจะแตะ 165,000 คน ณ สิ้นปี 2560 โดยเรามองว่าหากวงเงินของประกันสังคมเพิ่มขึ้นจะส่งผลให้มีโอกาสปรับประมาณการกำไรขึ้น