เผยนายกฯ ยังไม่ได้หารือร่างรธน.ไม่ผ่านประชามติ

เผยนายกฯ ยังไม่ได้หารือร่างรธน.ไม่ผ่านประชามติ

"วิษณุ"เผยนายกฯ ยังไม่ได้หารือ ทางออก ปมร่างรธน.ไม่ผ่าน"ประชามติ" เชื่อนายกฯ มีคำตอบในใจ จ่อแถลง เป็นทางการ หลังปีใหม่

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า มีทางออกที่จะไปสู่การเลือกตั้ง แม้ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านประชามติว่าตนได้ยินนายกฯพูดเมื่อวันที่29ธ.ค.ที่ผ่านมา บอกว่าคิดไว้ในใจ จึงยังไม่ได้พูดคุยกับตน รวมถึงในคณะรัฐมนตรี(ครม.) ก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้นายกฯคงมีคำตอบอยู่ในใจส่วนทางออกของตนจะเป็นทางออกในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญที่อาจเป็นคนละทางกับนายกฯ และสิ่งที่ตนคิด ก็ไม่จำเป็นต้องทำตามนั้นเพราะต้องเสนอนายกฯ พิจารณาอีกครั้งและยังไม่ถึงเวลาจะพูดตอนนี้เพราะร่างรัฐธรรมนูญยังไม่แล้วเสร็จ

เมื่อถามว่า เมื่อรัฐธรรมนูญร่างแรกออกมาแล้ว คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ต้องส่งให้แม่น้ำ 5 สายในส่วนครม.จะใช้เวลาพิจารณานานหรือไม่ ก่อนจะส่งความเห็นกลับ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่นาน ถ้าเสียเวลาดูนานกรธ. จะมีเวลาแก้ตอนไหนเพราะกรธ.บอกว่ารัฐธรรมนูญร่างสุดท้ายจะเสร็จปลายเดือนมีนาคม 59 แต่ทางที่ดีบางเรื่องที่มีความชัดเจนก่อนร่างแรกจะออกมา ก็คุยกันก่อนและเมื่อร่างแรกออกมาแล้วก็ไปดูในมาตราที่ไม่เคยเห็น แม้ตนได้เห็นแล้วเกือบร้อยมาตรา แต่ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรไปรอให้ร่างเป็นชิ้นเป็นอันก่อน

เมื่อถามว่า การหยิบรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ มาใช้ถือเป็นทางออกกรณีร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เป็นทั้งนั้น พูดกันมานานแล้ว ทำใหม่ภายใน 7 วัน อาจจะเร็วกว่าเอาฉบับเก่าๆ มาใช้ด้วยซ้ำ ถ้าพูดถึงความเป็นไปได้มันได้ทั้งนั้น แต่ตนไม่รู้ ยืนยันว่ายังนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไร 

เมื่อถามย้ำว่า หากนำรัฐธรรมนูญปี 40และ 50 มาใช้จะมีคำถามกลับว่า ย่ำอยู่ที่เดิม นายวิษณุ กล่าวว่า ใช่นายกฯ ย้ำหลายครั้ง ว่ารัฐธรรมนูญที่จะร่าง ร่างเพื่ออะไรคำตอบคือร่างเพื่อปฏิรูป ซึ่งต้องเปลี่ยนแปลงจากเดิมถ้ากลับไปเหมือนเดิมจะปฏิรูปทำไมดังนั้น ต้องไม่เหมือนเดิมคิดว่าหลังปีใหม่ตนต้องพูดเรื่องนี้อย่างเป็นทางการสักครั้ง

เมื่อถามว่า ดูเหมือนกรธ.จะให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเป็นพิเศษในการแก้วิกฤตทางการเมืองจนหลายฝ่ายเกิดความกังวล นายวิษณุ กล่าวว่า ตนเห็นว่าดีเพราะอำนาจที่ให้คืออำนาจวินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาในการดำเนินการ แต่ไม่ใช่ว่ารัฐบาล ณ เวลาที่เกิดวิกฤต คิดทางออกไม่ได้แล้วมาขอศาลรัฐธรรมนูญหาทางออกให้ไม่ใช่ แต่เป็นเรื่องที่เสี่ยงทำแล้วจะผิด จึงเป็นเพียงการขอความชัดเจนต่อศาลฯ ว่าผิดหรือไม่ผิด ถ้าผิดก็ไม่ต้องทำ ส่วนอำนาจเรื่องอื่นที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญตนก็ไม่เห็นด้วย

 "ไม่ใช่หาทางออกไม่ได้ทะเลาะกันอยู่อย่างนี้จะทำอย่างไร ไม่ใช่เรื่องของศาลรัฐธรรมนูญเป็นคนชี้ทางออก ว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้จะเอายังไงดีแต่ศาลฯมีหน้าที่บอกว่าเรื่องที่จะทำนั้นถูกหรือผิด แทนที่จะรอให้ทำไปก่อน แล้วไปถาม กลายเป็นผิด ตอนนั้นก็ซวยไปแล้ว ก็ให้ถามศาลฯได้ก่อนที่จะทำ ในเฉพาะเรื่องผิดหรือถูกรัฐธรรมนูญเท่านั้น ถ้าศาลฯ บอกว่าผิดแล้วยังทำ ก็ถูกฟ้องโดยไม่มีข้อแก้ตัว เพราะมีการเตือนแล้ว นอกจากนี้ศาลฯ จะให้ข้อเสนอแนะใดๆ ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีหน้าที่บอก" 

นายวิษณุ กล่าวว่า ที่แล้วมาไม่มีการถามอะไรทั้งนั้น ทำก่อน แล้วศาลรัฐธรรมนูญ จะชี้ให้ อย่างเรื่องตั้งนายกฯ คนนอก ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่บางคนบอกว่าขัด บางคนบอกไม่สมัยก่อนถามกฤษฎีกาเขาไม่ตอบ เพราะเป็นปัญหารัฐธรรมนูญถามศาลรัฐธรรมนูญ ก็บอกว่าตอบไม่ได้ จนกว่าจะตั้งให้ดูก่อนแล้วผิดจะทำอย่างไร คราวนี้ถ้าให้ถามไปก่อนจะตั้ง แล้วศาลรัฐธรรมนูญว่าผิดก็ไม่ควรดันทุรังตั้งอีก

เมื่อถามว่า ถ้าให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญเช่นนี้แล้วองค์กรอย่างคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ(คปป.) ก็ไม่จำเป็นต้องมีอีกใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่าที่พูดอยู่นี้คือองค์กรที่จะชี้ถูกชี้ผิดในข้อกฎหมายดังนั้น ต้องมีใครซักคนมาชี้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลในช่วงเวลาเกิดวิกฤตหรือใครที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องถ้ารัฐบาลชี้แล้วคนยอมรับก็จบ แต่ถ้าไม่ยอมรับจะทำอย่างไรที่พูดถึงคปป.กรณีเข้ามาเพื่อคุมสถานการณ์ตรงนี้ให้ได้ ถ้ารัฐบาลคุมได้ คงไม่มีวันมอบให้ใครเป็นคนคุม แต่ถ้ารัฐบาลคุมไม่ได้ ก็ต้องมีใครสักคนเข้ามาในช่วงเวลาเกิดปัญหา แต่ขอให้มีผู้ให้คำตอบควรหรือไม่ควรให้เข้ามาเพื่อจะให้เหตุการณ์สงบหรือไม่สงบ ซึ่งรัฐบาลฟันธงเห็นด้วยว่าศาลรัฐธรรมนูญต้องเป็นคนชี้