กทม.ยันไฟประดับแสงสี39.5ล้านประมูลทำตามขั้นตอน

กทม.ยันไฟประดับแสงสี39.5ล้านประมูลทำตามขั้นตอน

กทม.ตั้งโต๊ะแจง ยันไฟประดับแสงสี 39.5 ล้านบาท ประมูลทำตามขั้นตอน ชี้มหานครทั่วโลกทำแล้ว ยันคุ้มค่ากว่าลงทุน

นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวชี้แจงกรณีการจัดงาน"กรุงเทพฯแสงสีแห่งความสุข : Bangkok Light of Happiness" โดยมีการประดับตกแต่งไฟจำนวน 5 ล้านดวง ใช้งบประมาณกว่า 39 ล้านบาท หลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากโดยเฉพาะสังคมอนไลน์ 

นายอมร กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวจัดทำขึ้นมาด้วยความร่วมมือของรัฐบาลกับ กทม. เนื่องจากกรุงเทพฯได้รับการโหวตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของเอเชีย 4 ปีซ้อน จึงเป็นที่มาของการจัดโครงการนี้ โดยภายในงานจะมีการประดับตกแต่งแผงไฟพร้อมอุโมงค์ไฟประดับรวมกว่า 5 ล้านดวง บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลา กทม. ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.นี้ ไปจนถึง 31 ม.ค.59 นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “ถนนคนเดิน” ให้ประชาชนได้มาท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ และเลือกซื้อสินค้าของดีในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 58 - 30 ม.ค. 59 

จากนโยบายของรัฐบาล และทาง กทม.ที่ต้องการทำให้กรุงเทพมหนครเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว ดังนั้นจึงเป็นกิจกรรมที่ กทม.ต้องการสร้างแล้วคืนความสุขให้กับประชาชน แล้วสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนทั่วโลกจะได้เดินทางกลับมายังประเทศไทย ซึ่งในงานยังมีกิจกรรมการค้าขายสินค้าจากชุมชนในท้องถิ่นประมาณ 300 ร้านมาช่วยแสดงกิจกรรม ในส่วนของการจัดงานแสงสีที่มาของงบประมาณในการจัดนั้น ขอยืนยันว่า เราไม่ได้ใช้งบฉุกเฉินใดๆทั้งสิ้น แต่ใช้จากงบกลางที่มีประจำอยู่ทุกปี แล้วเป็นอำนาจของผู้ว่าฯ กทม.ในการอนุมัติ โดยอยู่ใน 4 หลักคือ 1.เป็นเรื่องเร่งด่วน 2.เป็นเรื่องที่ต้องจ่ายตามอำนาจศาล 3.เป็นเรื่องที่จ่ายตามนโยบายของรัฐบาล และ4.เป็นเรื่องที่เป็นไปตามนโยบายของ กทม. โดย 4 ข้อทางรัฐสถาได้อนุมัติเป็นเงินงบประมาณจำนวน 300 ล้านบาท ดังนั้นขอยืนยันว่า งบประมาณส่วนนี้มาจากงบประมาณกลาง 

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า งานนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ กทม.ตั้งใจเพื่อสร้างความสุขให้ประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้กลับคืนมา โดยกิจกรรมนี้ กทม. ตั้งใจจะทำมาตั้งแต่ 3-4 ปีที่แล้ว แต่ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงเทพฯ ทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ กทม.จึงเห็นว่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมจึงได้ดำเนินการ ซึ่งได้เริ่มวางแผนดำเนินการมาตั้งแต่ 9 ต.ค.58 ไม่ใช่เพิ่งจะมาเริ่มแต่อย่างใด โดยมีการเปิดประมูลบริษัทจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) มีบริษัทขอเอกสารถึง 9 ราย ที่เข้ามาร่วมดำเนินการภายใต้ข้อกำจัดด้านเวลาที่ตองรวดเร็ว สวยงาม และให้ความรู้ประชาชจน ตามที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ต้องการ แต่ท้ายสุดเมื่อถึงเวลาประมูล พบว่า มีเพียง 2 บริษัทที่มีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลได้ และในที่สุดบริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ด้วยวงเงิน 39,500,000 บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2558 เมื่อเราต้องการฟื้นฟูดึงนักท่องเที่ยวกลับมา ในเบื้องต้นด้วยแนวคิดหลายเมืองใหญ่ล้วนมีกิจกรรมเช่นนี้ ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณจำนวน 40 ล้านบาทแล้วต้องทำให้เสร็จก่อนปีใหม่ แล้วระยะเวลาจัดงานเป็นเวลา 1 เดือน จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการแล้วถือว่า มีความคุ้มค่าเมื่อลงทุนไปแล้วใช้เงินจำนวน 39.5 ล้านบาท คาดว่า ประชาชนที่เดินทางมาชมจะใช้เงินประมาณ 250 บาทต่อคน ถ้ามีประชาชนเข้ามาร่วมงานประมาณ 4 แสนคนก็จะเกิดเศรษฐกิจเงินหมุนเวียนประมาณกว่า 100 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 1 เดือน

"ด้วยระยะเวลาและเงื่อนไขที่ค่อนข้างมาก แต่การประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ค่อนข้างเปิดกว้างสำหรับบริษัทที่มีการจดทะเบียนในประเทศไทยที่มีประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมประเภทนี้ แม้ว่าตอนแรกผมก็ไม่ทราบว่าบริษัทที่ชนะประมูลเป็นบริษัทดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยว แต่จากการตรวจสอบในภายหลังพบว่าบริษัทนี้ได้ระบุในการจดทะเบียนตั้งบริษัทว่าสามารถดำเนินการเกี่ยวกับการติดตั้งไฟประดับได้ กทม. จึงต้องอนุญาต" นายอมร กล่าว 

เมื่อถามว่า กระแสการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความสวยงามของแผงไฟประดับ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ตนอยากให้ทุกคนเปิดใจในการชื่นชมไฟประดับเหล่านี้ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นงานศิลปะ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจะมองว่าสวยงามหรือไม่ ซึ่งการจัดไฟครั้งนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ชำนาญการด้านไฟฟ้ากว่า 100 คน ช่วยกันเร่งจัดแผงไฟดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมงไม่ได้พักเพื่อให้ทันตามกำหนดที่ กทม. ตั้งไว้ จึงขอให้ให้มองด้วยใจที่เป็นธรรม ไม่ใช้อคติ เพราะถ้ามองด้วยภาพ 2 มิติ ผ่านภาพถ่ายความสวยงามจะลดลง 80 เปอร์เซ็น จึงอยากขอให้ชาวเน็ตที่วิพากษ์วิจารณ์มาชื่นชมความสวยงามในสถานที่จริง ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมในวันนี้วันแรก 

เมื่อถามว่า การที่ กทม. ใช้งบครั้งนี้กังวลว่าจะกลายเป็นประเด็นทางการเมืองให้พรรคประชาธิปัตย์ตรวจสอบการใช้งบประมาณเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ นายอมร กล่าวว่า กทม.ไม่กังวล เพราะการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง ซึ่ง กทม. ได้ร่วมกับรัฐบาลในการจัดกิจกรรมนี้ ถ้าจะกังวลก็คงเป็นเรื่องการถูกจับตามองจากหลายฝ่าย จึงไม่กล้าทำผิดกฎหมายหรือทุจริตแน่นอน เพราะ คสช. ก็มีนโยบายปราบปรามการทุจริตอยู่และ อีกทั้งมีมาตรา 44 คอยกำกับดูแลหน่วยงานรัฐอยู่แล้ว ทั้งนี้ ตนขอขอแช่งต่อไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดงานครั้งนี้หากมีใครทุจริตเกิดขึ้นตามที่มีข่าวจริง และขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชนเพราะขณะนี้มีหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะสำนักตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาตรวจสอบแล้ว ไม่มีการทุจริตแน่นอน 

ต่อกรณีที่มีกระแสข่าวระบุว่า บริษัทดังกล่าวได้เข้ามาเตรียมงานก่อนที่ผลการประมูลจะออกนั้น รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ในวันที่ 17 ธ.ค.มีการเปิดประมูลและได้ผู้ชนะทันที จากนั้นวันที่ 18 ธ.ค. กทม. จึงได้ทำหนังสือแจ้งให้บริษัทที่ชนะเข้ามาดำเนินการได้เลยเพระาอยากให้เสร็จเร็ว แต่ขั้นตอนการออกสัญญานั้นเป็นวันที่ 22 ธ.ค. ทำให้เห็นว่าบริษัทเข้าไปจัดไฟก่อนวันที่มีสัญญา ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากที่วิจารณ์กันในอินเตอร์เน็ตและ ข้อมูลที่ สตง. ได้รับ 

"ขอยืนยันว่ากิจกรรมนี้คุ้มค่ากับเงิน 39.5 ล้านบาท ไม่มีทุจริตแน่นอน ยอดเงินงบประมาณก้อนนี้เป็นการพิจารณาของผู้ว่าฯ กทม. อย่างดีแล้ว ประเทศอื่นที่จัดงานใช้งบเป็นร้อยล้าน อย่างสิงค์โปร์ ญี่ปุ่น หรือเยอรมันที่กรุงเบอร์ลิน งานนี้ใช้งบประมาณที่จำกัดมากๆ ส่วนความสวยงามนั้นถ้าท่านดูผ่านสื่อโซเชียลมีเดียอาจไม่สวย อยากให้ลองมาดูของจริงก่อนที่จะตัดสินด้วยอคติ"นายอมร กล่าว