ยังวนอยู่ที่เดิม

ยังวนอยู่ที่เดิม

ผ่านไปอีก 1 ปี หลังคสช.เข้ายึดอำนาจ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือกระบวนการสำคัญที่เรียกว่า "ปฏิรูป" สิ่งที่เห็นคือยังวนอยู่ที่เดิม

ผ่านไปอีก 1 ปี ภายหลังการเข้ายึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ กระบวนการสำคัญของสิ่งที่เรียกว่า "ปฏิรูปประเทศ"  

สำหรับกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นช่วงเวลาที่ไม่สามารถ "เอาแน่เอานอน" กับร่างรัฐธรรมนูญที่จะเป็น "กติกาของประเทศ" ได้ เนื่องกติกาในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ตลอด จนถึงตอนนี้ ก็ต้องบอกว่ากติกาก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้อีก  

แน่นอนคนที่กำหนดกติกาในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ คสช. ซึ่งก็มีการมองกันว่าที่ คสช.ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ไปมา เพราะต้องการประเมินสถานการณ์ในขณะนั้นจริงๆ  

“ขึ้นอยู่กับสถานการณ์” คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และ นายกฯ อธิบายได้ดีที่สุด  

ในช่วงแรก คสช.จึงไม่เขียนว่าจะต้องมีการประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านมาระยะหนึ่ง หลังกระแสเรียกร้องให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญดังมากขึ้นจนเรียกได้ว่าเป็นเสียงเดียวกันจากทุกฝ่าย คสช.จึงแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว และการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวครั้งนั้น ก็ "ทำเท่าที่จำเป็น" และทิ้งบางส่วนไว้ให้เป็นประเด็นปัญหาต่อไป  

นั่นคือ กติกาชัดๆในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งถึงวันนี้ คสช.แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวอีกครั้งเพื่อกำหนดเรื่องนี้  

แน่นอน กติกาที่ คสช.จะกำหนดขึ้น มีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงประชามติของประชาชนว่าจะตัดสินใจไปทางไหน ที่มีเสียงเรียกร้องกันอยู่ตอนนี้ คือ หากไม่ผ่านปนะชามติ คสช.ควรหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งกลับมาใช้ หากเป็นเช่นนี้ อาจทำให้คนไม่กังวลที่จะโหวต "ไม่เห็นด้วย" แต่หากเงื่อนไขเหมือนเดิม คือ ให้กลับไปเริ่มต้นใหม่ ก็อาจจะทำให้ต้องคิดกันใหม่  

นอกจากกติกาที่ยังไม่แน่นอนของรัฐธรรมนูญชั่วคราวแล้ว หากพิจารณาในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับ คือร่างของ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ที่ถูกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)คว่ำไปแล้ว กับร่างฉบับปัจจุบัน ที่ “มีชัย ฤชุพันธ์”  เป็นหัวขบวนอยู่ ก็ต้องบอกว่า ยังวนอยู่ในประเด็นเดิมๆ ที่ทำให้ถูกตั้งคำถามตามมาว่า ประเด็นเหล่านี้จะทำให้เกิดการปฏิรูปและการปรองดองได้อย่างไร ตรงกันข้าม กลับถูกตั้งคำถามว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้จะยิ่งสร้างความขัดแย้งหรือไม่ เป็นร่างรัฐธรรมนูญที่เปิดทางให้มีการ "สืบทอดอำนาจ" หรือไม่  

เรื่องโครงสร้างอำนาจทางการเมือง ยังคงเป็นเรื่องหลักที่ทำให้เกิดประเด็นถกเถียงแต่โต้แย้งกันมากที่สุด ตั้งแต่เรื่องระบบเลือกตั้ง ส.ส. เรื่องที่มานายกฯ เรื่องที่มา ส.ว. ที่คณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญพยายามออกแบบให้ตอบโจทย์  “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ” ของ คสช.  

ผ่านไป 1 ปี ยังไม่มีอะไรชัดเจนเกี่ยวกับ “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” สิ่งที่เห็นชัดเจนคือ ทุกอย่างยังวนอยู่ที่เดิม!