วันแรก 7 วันอันตราย ภูเก็ต ตายแล้ว 1

วันแรก 7 วันอันตราย ภูเก็ต ตายแล้ว 1

ประเดิม 7 วันอันตรายภูเก็ตวันแรก เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ขณะที่สถิติเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการสรุปผลการปฏิบัติงานดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล ช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2559 (วันแรกของการรณรงค์) โดยมีนายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตนายศิริศักดิ์ สกุลโสรัจจะ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต นายแพทย์บัญชา ค้าของ สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายจำเริญ กล่าวว่า ในช่วงวันแรกของการรณรงค์ 7 วันอันตราย เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2558–4 มกราคม 2559 โดยในวันที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา ระหว่างเวลา 00.01 - 24.00น.จังหวัดภูเก็ต ได้เกิดอุบัติเหตุจำนวน 10 ครั้ง แบ่งเป็นพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต 5 ครั้ง อำเภอกะทู้ 4 ครั้ง และอำเภอถลาง 1 ครั้ง จำนวนผู้บาดเจ็บ 11 ราย และมีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย ชื่อนายพัช ประยืนยง อายุ 48 ปี เหตุเกิด ถ.ประชาอุทิศ ตรงข้ามทรายหวานรีสอร์ท ม5 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เหตุเกิดจากรถล้มเอง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากเมาสุรา บรรทุกเกินอัตรา ไม่สวมหมวกนิรภัย ตามลำดับ ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุเป็นรถมอเตอร์ไซด์ทั้งหมด หากเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาในช่วงของการรณรงค์สถิติเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต

ส่วนทางน้ำมีจำนวนเที่ยวเรือเข้า 433 ลำ จำนวนเรือออก432ลำ จำนวนผู้โดยสายเข้า 12,964 คน จำนวนผู้โดยสารออก 13,702 คน และไม่มีการเกิดอุบัติเหตุแต่อย่างใด นอกจากนี้ขนส่งจังหวัดได้มีการตรวจเรียกวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่รถโดยสาร จำนวน 213 คน พบปริมาณแอลกอฮอล์สูงเกินกว่ามาตรฐานกำหนด จำนวน 2 ราย โดยได้มีการเปรียบเทียบปรับและพักใบอนุญาต 30 วัน

นายจำเริญ ได้เน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติงานตามด่านตรวจต่างๆ เข้มงวดกวดขันเกี่ยวกับการขับขี่รถจักรยานยนต์ของนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะในการท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในส่วนของการเรียกตรวจผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย ให้ดำเนินคดีทุกราย และให้ลงโทษเปรียบเทียบปรับในอัตราที่สูงสุด นอกจากนี้หากตรวจพบเมาแล้วขับให้ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ร่วมดำเนินการตามมาตรการเมาแล้วขับ ให้ยึดรถผู้กระทำผิดตามนโยบายของรัฐบาล 

อีกทั้งให้เน้นการตรวจในเส้นทางรองหรือทางเลี่ยงเมืองมากขึ้น เนื่องจากผู้ที่เมาแล้วขับและผู้ไม่สวมหมวกนิรภัยอาจจะเส้นทางรองในการขับขี่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ และในเส้นทางหลักถนนเทพกระษัตรีจะต้องเป็นเป็นเส้นถนนที่มีการสวมหมวก 100%โดยให้ทางอำเภอร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันดำเนินการ รวมทั้งให้สำนักงานขนส่งจัดทำฐานข้อมูลเรียกตรวจ โดยเฉพาะรถบัส เพื่อตรวจสอบการปฎิบัติตามมาตรการขับขี่ปลอดภัยและการตรวจจับความเร็ว