'กลาโหม' แจงใช้งบสร้างอุทยานราชภักดิ์ถูกระเบียบ

'กลาโหม' แจงใช้งบสร้างอุทยานราชภักดิ์ถูกระเบียบ

"พล.อ.ชัยชาญ" แจงใช้งบสร้าง "อุทยานราชภักดิ์" ถูกระเบียบ ส่วนปมหักหัวคิวโรงหล่อตามตัวคนชี้แจงไม่ได้ ยืนยันคณะกรรมการทำดีที่สุดแล้ว

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ แถลงว่า คณะกรรมการฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย เป็นเพียงคณะกรรมการฯ ที่ตั้งขึ้นโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อการรวบรวมข้อเท็จจริง โดยมีผู้มาชี้แจงจำนวน 23 คน มีเอกสารหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะหลักฐานบัญชีทางการเงินจำนวนมาก เป็นหลักฐานทางการรับจ่าย ถึงวันที่ 30 พ.ย.2558 เพื่อสรุปสำนวนข้อเท็จจริง โดยสรุปรายรับ-รายจ่ายโครงการอุทยานราชภักดิ์ มีรายรับเป็นงบกลางและงบบริจาค 866 ล้านบาท รายจ่าย 816 ล้านบาท

ส่วนงบบริจาคเข้ามูลนิธิราชภักดิ์ ที่ภาครัฐและเอกชน ประชาชน บริจาคจำนวน 106 ล้านบาทเศษ ปัจจุบันยังไมมีการใช้งบนีทั้งนี้ด้านงบประมาณคณะกรรมการฯเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และระเบียบคำสั่งของกองทัพบกที่เกี่ยวข้อง สำหรับการใช้จ่ายงบบริจาค หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบติตามระเบียบคณะกรรมการสวัสดิการกองทัพบกว่าด้วยอุทยานราชภักดิ์ พ.ศ.2558 และระเบียบคณะกรรมการบริหารอุทยานราชภักดิ์ว่าด้วยการสั่งซื้อสั่งจ้าง พ.ศ.2558

พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า ส่วนการจัดกิจกรรม"ราชภักดิ์ ไบค์ แอนด์ คอนเสิร์ต แทนคุณแผ่นดิน" ก็เป็นการดำเนินการตามแผนงานทุกอย่าง ส่วนกิจกรรมปลูกต้นไม้ที่สังคมให้ความสนใจให้แผ่น ไม่ใช่การซื้อต้นไม้มาปลูก แต่เป็นการที่ภาคเอกชนสนับสนุนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยบริจาคต้นละ 3 แสนบาท ซึ่งจะนำชื่อผู้บริจาคมาติดที่ต้นไม้เพื่อเป็นเกียรติ โดยรายรับในเรื่องเงินบริจาคค่าต้นไม้มีจำนวน 77 ล้านบาทเศษ และนำเงินที่เหลือเข้ากองทุนอุทยานราชภักดิ์แล้ว มียอดเหลือ 76 ล้านบาทเศษ ตนยืนยันว่าเป็นการทำตามแผนงานที่ได้ประชาสัมพันธ์ไว้ สำหรับการหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์นั้น ได้เชิญบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูล แต่บางส่วนก็ไม่สามารถติดต่อได้ และไม่ให้ความร่วมมือเพราะกลัวว่าจะได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ในการสอบข้อเท็จจริง มีข้อสังเกตว่าการดำเนินการต่อไปเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่มีอำนาจทางกฎหมายในการดำเนินการต่อไป

"คณะกรรมการพยายามแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างที่สุด หากหน่วยงานนนอกกลาโหมพบว่ามีการดำเนินการใดไม่ถูกต้อง ก็ให้มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบต่อไป ข้อสังเกตของคณะกรรมการคือบางท่านไม่มาให้ข้อมูล บางท่านไม่สามารถติดตามตัวมาให้ข้อมูลได้ ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจทางกฎหมายดำเนินการต่อไปในเรื่องนี้ ทั้งนี้ในข้อสังเกตอื่นๆ เป็นการเสนอแนะเพื่อทำให้ระเบียบมีความรอบคอบรัดกุม แต่ไม่ใช่หมายความว่าระเบียบไม่ถูกต้อง"พล.อ.ชัยชาญ กล่าว

เมื่อถามว่าสังคมยังสงสัยและพุ่งเป้าไปที่พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และบุคคลใกล้ชิด ได้นำมาพิจารณาหรือไม่ พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงไม่มีอำนาจตามกฎหมาย คงไม่สามารถชี้ได้ว่าตรงไหนผิดตรงไหนถูก ต้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจรับผิดชอบดำเนินการต่อไป ในประเด็นตัวบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์ เป็นเรื่องที่ตั้งข้อสังเกตตามที่ระบุไว้ ให้เป็นอำนาจของหน่วยงานนอกกระทรวงกลาโหม ไม่สามารถชี้ชัดว่าถูกหรือผิดอย่างไร บางรายก็ไม่มาชี้แจงข้อเท็จจริงและบางประเด็นก็ไม่สามารถตามตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ จึงทำให้เราไม่สามารถสรุปได้ ส่วนกรณีที่มีบุคคลหลบหนีออกนอก ประเทศนั้น เป็นคดีอื่น ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้

ต่อข้อถามว่าสรุปว่า พล.อ.อุดมเดช และคนใกล้ชิดบริสุทธิ์ ไม่ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งรมช.กลาโหม เพื่อรับผิดชอบ ใช่หรือไม่ พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า เรื่องนี้ผู้สื่อข่าวพูด ตนไม่ได้พูด เมื่อถามว่าการแถลงผลสอบสวนครั้งนี้จะคลายข้อสงสัยต่อสังคมได้มากน้อยเพียงใด พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า คณะกรรมการทำให้ดีที่สุด และชี้แจงในด้านงบประมาณทุกประเด็นตามที่สามารถดำเนินการได้ เมื่อถามต่อว่าข้อสรุปดังกล่าวเป็นการโยนงานหรือปัดความรับผิดชอบให้หน่วยงานอื่นหรือไม่ ประธานคณะกรรมการฯ กล่าวว่า ไม่ แต่อำนาจของคณะกรรมการฯ มีแค่นี้ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าผลสรุปที่ออกมาจะให้หน่วยงานใดดำเนินการสอบสวนต่อ พล.อ.ชัยชาญนิ่งก่อนตอบว่า ให้กองทัพบกส่วนหนึ่ง แต่หากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ข้อข้อมูลมา ก็ยินดีเปิดเผยข้อมูล