วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 30 ธันวาคม 2558

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 30 ธันวาคม 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังสภาพอากาศที่หนาวเย็นหนุนอุปสงค์ในช่วงฤดูหนาว ประกอบกับเศรษฐกิจสหรัฐยังคงสดใส

+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น หลังการพยากรณ์อากาศของสหรัฐ ระบุว่า สภาพอากาศในสหรัฐจะหนาวขึ้น หลังผ่านช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศอบอุ่นกว่าปกติ ส่งผลให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อการบริโภคน้ำมันดิบเพื่อนำไปใช้ผลิตน้ำมันสำเร็จรูปสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในช่วงฤดูหนาวเพิ่มมากขึ้น

+ ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ ประจำเดือน ธ.ค. 58 ปรับตัวดีขึ้นไปสู่ระดับ 96.5 จากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 90.4 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เป็นปัจจัยสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้น

+ นอกจากนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ในตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 192.71 จุด ไปสู่ระดับ 17,720.98 จุด ส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้น เป็นอีกปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ

- อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบยังถูกกดดันจากอุปทานน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง โดยสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 25 ธ.ค. 58 ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังในสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 2.9 ล้านบาร์เรล ไปแตะที่ระดับ 489.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะปรับลดลง 2.5 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ปรับเพิ่มขึ้น 923,000 บาร์เรล

- อิหร่านเตรียมความพร้อมที่จะส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 500,000 บาร์เรลต่อวัน โดยตั้งเป้าหมายที่จะส่งออกในปี 59 หลังได้รับการยกเลิกมาตราการคว่ำบาตรจากสหภาพยุโรป

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากการซื้อขายที่เบาบางในตลาดเนื่องจากใกล้เข้าสู่ช่วงสิ้นปี อย่างไรก็ดี ตลาดน้ำมันเบนซินไม่ได้ปรับลดลงมากนัก เนื่องจากมีอุปสงค์ทั้งจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียอยู่ โดยอินโดนีเซียยังคงมีความต้องการน้ำมันเบนซินต่อเนื่องเพื่อใช้บริโภคในช่วง ม.ค.

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงถูกดันจากอุปทานที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดสิงคโปร์ที่มีปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังสูงติดต่อกันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ในขณะเดียวกันตลาดน้ำมันดีเซลในยุโรปยังคงอ่อนแอ ส่งผลให้อุปทานปรับเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มที่จะส่งออกน้ำมันดีเซลมายังภูมิภาคเอเชีย

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 34-39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 36-42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ว่าจะปรับลดลงหรือไม่ โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ (สิ้นสุดวันที่ 18 ธ.ค. 58) ว่าปรับตัวลดลงมากถึง 5.88 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับ 484.78 ล้านบาร์เรล หลังโรงกลั่นในประเทศลดการนำเข้าน้ำมันดิบลงในช่วงปลายปี เนื่องจากไม่ต้องการเก็บสต็อกน้ำมันดิบในระดับสูงในช่วงปลายปี เนื่องจากเหตุผลทางด้านบัญชี  

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าราคาน้ำมันดิบ Brent ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐมีแรงจูงใจในการส่งออกน้ำมันดิบมายังตลาดโลกมากขึ้น ซึ่งรายงานล่าสุดพบว่าหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ เตรียมที่จะส่งออกน้ำมันดิบลำแรกในเดือนมกราคมนี้ ทำให้ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐ

- หลังจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยืนยันว่าอิหร่านได้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับชาติมหาอำนาจ (P5+1) ในการยุติโครงการนิวเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ตลาดคาดว่าอิหร่านจะสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้เพิ่มขึ้นประมาณ 3-7 แสนบาร์เรลต่อวันในเร็วนี้ รวมทั้งจะมีการนำน้ำมันดิบและคอนเดนเสตที่เก็บไว้ในเรือขนส่งน้ำมันดิบกว่า 40 ล้านบาร์เรลออกมาจำหน่ายในตลาดโลก 

                                                              -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999