7 วันอันตรายวันแรก ตาย 29 เจ็บ 45

7 วันอันตรายวันแรก ตาย 29 เจ็บ 45

รมว.คมนาคม เผย 7 วันอันตรายวันแรก ตาย 29 เจ็บ 45 อุบัติเหตุ 439 ครั้ง “เมาแล้วขับ” ยังเป็นสาเหตุหลัก

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรองประธานกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติคนที่สอง เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่2559โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่29ธันวาคม2558ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ “สุขกาย สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย รับปีใหม่2559” เกิดอุบัติเหตุ 439 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 39 ราย ผู้บาดเจ็บ 456 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 26.94 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 19.56 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 89.22 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.24 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36.89 ถนนใน อบต. และหมู่บ้าน ร้อยละ 30.39

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 35.99 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 54.14 โดยมีการจัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,165 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,432 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 506,623 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 77,273 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 23,305 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 22,096 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 17 ครั้ง สำหรับจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ มุกดาหาร 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 19 คน

“วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทำงาน ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มทยอยเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา ทำให้เส้นทางสายต่างๆ มีปริมาณการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะเส้นทางสายหลักที่ออกสู่ภูมิภาค ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) จึงได้กำชับจังหวัดเตรียมพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชน โดยสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเข้มข้นเส้นทางสายหลัก เพื่อบริหารจัดการจราจรให้มีความคล่องตัว โดยเปิดทางเบี่ยง ประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยง เส้นทางลัด เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ดูแลความปลอดภัยในการเดินทาง” รมว.คมนาคม กล่าว

ทั้งนี้ ศปถ.ได้เพิ่มความเข้มข้นและความถี่ในการตรวจจับผู้กระทำผิดกฎหมายจราจร กวดขันผู้ขับขี่ที่ดื่มแล้วขับ และขับรถเร็วเป็นพิเศษ ตรวจสอบความพร้อมของพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ ทั้งประจำทาง ไม่ประจำทาง รถตู้โดยสาร ต้องมีระดับแอลกอฮอล์เป็น “ศูนย์”เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังประจำจุดบริการบนเส้นทางสายต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลและแจ้งเตือนจุดเสี่ยงอันตรายให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง