Daily Market Outlook (30 ธ.ค.58)

Daily Market Outlook (30 ธ.ค.58)

อารมณ์ตลาดเป็นบวกอย่างระมัดระวัง

คาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นวันนี้จากอารมณ์ของนักลงทุนที่เป็นบวกทั้งภายในและภายนอกประเทศ ภายในประเทศแม้ ธปท.จะเตือนให้ระมัดระวัง แต่การที่โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลกำลังจะทยอยออกมาและมาตรการคืนดอกเบี้ยของ ธกส.มีส่วนหนุนมุมมองที่เป็นบวก แนวโน้มที่เป็นบวกมากขึ้นสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรป ตลอดจนราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นน่าจะหนุนตลาด


หุ้นเด่นวันนี้: ROBINS (ราคาปิด 43.00 บาท, NR,Bloomberg 59 TP 48.22 บาท)

บมจ.ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์อย่างยิ่งจากมาตรการลดหย่อนภาษีจากรัฐบาลที่อนุญาตให้ผู้เสียภาษีสามารถลดหย่อนภาษีได้จากการซื้อสินค้าและบริการได้มากถึง 15,000 บาทในช่วงวันที่ 25-31 ธ.ค.ปัจจุบัน โรบินสันบริหารห้างสรรพสินค้าและห้างรูปแบบ Lifestyle center ทั้งหมด 40 แห่งทั่วประเทศและอีก 2 แห่งในเวียดนาม ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ขยายพื้นที่สำหรับเช่าเพิ่มขึ้น 32% เป็น 3.1 แสนตารางเมตร เพื่อกระจายสัดส่วนความเสี่ยงทางธุรกิจท่ามกลางการบริโภคภายในประเทศที่ยังคงอ่อนแอ ซึ่งรายได้ค่าเช่าจากการขยายพื้นที่จะรับรู้เต็มปีในปี 58 เป็นครั้งแรก ในปีนี้บริษัทยังได้เปิดห้างสรรพสินค้าที่ระยองหนึ่งแห่งและไลฟ์สไตล์มอลล์เพิ่มขึ้นอีก 3 แห่งในบุรีรัมย์ ศรีสมาน และแม่สอด จะช่วยเพิ่มรายได้ค่าเช่าและมีอัตราทำให้กำไรที่ดีขึ้นจากการมีพื้นที่ให้เช่าเพิ่มเติมตั้งแต่ปี 59 เป็นต้นไป จาก Bloomberg Consensus นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ROBINS จะมีกำไรจากการดำเนินงานเติบโต 10% ในปีนี้และเร่งตัวเป็น 16 % ในปี 59 จากการที่ Price Pattern ของ ROBINS ได้เกิดสัญญาณซื้อในรายวันและรายสัปดาห์ แต่ยังคงถูกกดดันจากสัญญาณขายในรายเดือนอยู่ รูปแบบราคาของ ROBINS สามารถยืนเหนือเป้าหมายแรกที่ 42.75 บาทได้แล้วและคาดว่า Price Pattern ของ ROBINS น่าจะมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายเบื้องต้นที่ 46.25 บาทต่อไป โดยมีจุด Stop Loss ในรอบนี้อยู่ที่ 40.25 บาท (แนวต้าน: 43.50, 44.25, 45.00; แนวรับ: 42.25, 41.50, 40.75)


ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• ธกส. ลดดอกเบี้ยจ่ายธนาคารเพื่อการเกษตรฯ คืนเงิน 5% 4% และ 3% ของดอกเบี้ยจ่ายให้แก่ลูกหนี้รายย่อยที่มีประวัติดีในช่วง 3 ปี 2 ปี และ 1 ปีติดกัน ส่วนผู้กู้รายใหม่จะได้คืนเงินดอกเบี้ย 3% มาตรการนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและน่าจะเป็นการให้เงิน 3 พัน ลบ. เข้าถึงลูกหนี้ 3.53 ล้านคน (The Nation)

• SME ที่เข้าร่วมระบบภาษีจะได้รับการเว้นภาษี 1 ปี วานนี้ ครม.อนุมัติมาตรการที่จะกระตุ้นธุรกิจ SME ให้เข้าร่วมระบบภาษีอย่างเป็นทางการ ซื่งมาตรการนี้ ธุรกิจ SME ที่เข้าระบบจะได้รับการยกเว้นภาษี 1 ปีและได้รับการลดภาษีอยู่ที่อัตรา 10% อีก 1 ปีหลังจากนั้น นอกจากนี้ธุรกิจ SME ที่ตัดสินใจเข้าร่วมจะไม่ถูกสืบสวนในเรื่องการเก็บภาษีย้อนหลัง (The Nation)

• เบิกจ่ายงบประมาณสำหรับมาตรการตำบลเพียง 0.43%หรือคิดเป็น 136 ลบ. จากทั้งหมด 3.6 หมื่นลบ. สำหรับ 7 พันตำบล ขณะที่ปีงบประมาณจะสิ้นสุดในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะขยายกรอบเวลาสิ้นสุดออกไปเป็นสิ้นเดือน มี.ค. ปีหน้า (Bangkok Post)

• ธปท. แสดงความกังวลถึงสถานการณ์ในปีหน้า จากหลายๆ ปัจจัยสำคัญ เช่น การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจีน การกำหนดมาตรการทางการเงินที่แตกต่างกันออกไปของหลายๆ ประเทศเศรษฐกิจ รวมถึงราคาสินค้าการเกษตรที่ตกต่ำ (Bangkok Post)

• JAS และ DTAC น่าจะเจรจาดีลกับ กสท. โทรคมเสร็จใน ม.ค. 59 โดย JAS จะอนุญาตให้ กสท.ใช้คลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ์ที่พึ่งได้มาแลกกลับการได้ใช้คลื่น 850 เมกะเฮิร์ตซ์ของ กสท.เพื่อให้บริการเสียง และยังมุ่งหวังจะเช่าเสาโทรคมจำนวน 1-1.3 พันต้นจาก กสท.ด้วย DTAC (31 บาท ราคาเป้าหมาย 47 บาท) อยู่ระหว่างคุยเรื่องจะนำอีก 20 เมกะเฮิร์ตซ์บนคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ของ กสท.มารุกทำ 4 จี (โพสต์ทูเดย์, แนวหน้า)ความเห็น: เป็นครั้งแรกที่ JAS แสดงความตั้งใจว่าจะรุกในตลาดบริการเสียงเพิ่มเติมจากให้บริการข้อมูล ถ้าเกิดบริษัทเหล่านี้ได้แบนด์วิธมามากขึ้น การแข่งขันก็น่าจะแรงขึ้นแน่นอน

ต่างประเทศ

• นักลงทุนทั่วโลกกำลังเฝ้าจับตาอย่างระมัดระวัง ว่าการขายสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าที่กลับมาใหม่ในช่วงเช้าวันนี้จะทำให้ความเชื่อมั่นของตลาดลดลง สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐเริ่มทำให้การซื้อขายในตลาดเอเชียอยู่ภายใต้แรงกดดัน และล่าสุดปิดลดลง 1.7% อยู่ที่ 37.23 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐและเบรนท์กระโดดขึ้น 3% ในคืนก่อน (Reuters)

• ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้น 0.1% อยู่ที่ 98.196 จุด ดัชนีปรับตัวขึ้นเกือบแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ที่ 98.413 จุดในวันอังคาร ดัชนีฯ เพิ่มขึ้น 8.8% ในปีนี้ ถึงแม้ว่าลดลงเกือบ 2% ในเดือนนี้เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์สหรัฐหลังจากเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อต้นเดือนนี้ ค่าเงินดอลลาร์ขยับขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 120.50 เยน ส่วนเงินยูโรขยับขึ้น 0.1% อยู่ที่ 1.0930 ดอลลาร์สหรัฐ (Reuters)

สหรัฐ:

• ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งแรงในวันอังคาร จากการทะยานขึ้นอย่างแรงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง หุ้นอะเมซอนและแอปเปิลนำหุ้นบริษัทเทคโลยีอื่น ๆ ปิดบวกถ้วนหน้า ทำให้ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นพอสมควรในปีนี้ ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานไต่ขึ้นพอสมควรหลังจากราคาน้ำมันขยับขึ้นเนื่องจากมีการมองว่าอากาศจะหนาวเย็นลงอีกในยุโรปและอเมริกาเหนือ (Reuters)

• ข้อมูลเมื่อวันอังคารระบุว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคกำลังสูงขึ้น จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จัดทำโดย Conference Board ในเดือนธ.ค. ที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 96.5 จุด เอาชนะประมาณการที่ 93.8 จุด (Reuters)

ยุโรป:

• หุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นแรงในวันอังคาร นำโดยหุ้นธนาคาร แม้ว่าหุ้นเหมืองแร่จะฉุดหุ้นอังกฤษลงจากความกังวลต่ออุปสงค์ แร่โลหะจากจีนซึ่งยังอ่อนแออยู่ จีนเป็นผู้บริโภคแร่โลหะมากที่สุดในโลก เนื่องด้วยนักลงทุนจำนวนมากหยุดลงทุนในช่วงคริสต์มาสต่อเนื่องมาทำให้ปริมาณการซื้อขายลดลงครึ่งหนึ่งของภาวะปกติ (Reuters)ความเห็น: ตลาดหุ้นยุโรปหลายตลาดยังเป็นตลาดหุ้นที่น่าลงทุนนับจากนี้จากการที่ ECB ยังคงมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่อย่างต่อเนื่อง

เอเชีย:

• ที่ปรึกษาการกำหนดนโยบายของจีนกระตุ้นให้มีการใช้งบประมาณขาดดุลมากขึ้นในปี 2559 เพื่อรับมือกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศและรองรับกับแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งมูลค่าการขาดดุลอาจสูงได้ถึง 3% ของมูลค่า GDP สูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปี 1960 โดยทีมที่ปรึกษาเชื่อว่าการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินในปัจจุบันเริ่มมาถึงขีดจำกัดหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราเงินสดสำรองของธนาคาร (RRR) ไปมากแล้ว (Reuters)

• จับตาดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของจีนเดือน ธ.ค. ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้โดยผลสำรวจของ Reuters รายงานว่าน่าจะเห็นการหดตัวของกิจกรรมภาคการผลิตจีนติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ผ่านดัชนี PMI เดือน ธ.ค. ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 49.7 จากเดือน พ.ย. ซึ่งอยู่ที่ 49.6 ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจจีนในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ขยายตัวน้อยที่สุดในรอบศตวรรษ (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาน้ำมันพุ่งจากอากาศหนาวในวันอังคารทำให้มีการบวกกลับมาหลังจากวันก่อนหน้าเป็นลบ แต่ราคายังคงถูกกดดันจากอุปสงค์ของโลกที่ยังชะลอและอุปทานที่ล้นหลามจากโอเปค Brent ปิดลง 1.17 ดอลลาร์สหรัฐ (+3.2%) ปิดที่ 37.79 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล WTI ปิดลง 1.06 ดอลลาร์สหรัฐ (+2.9%) หรือปิดที่ 37.87 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังปิดตลาดสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกาได้รายงานตัวเลขน้ำมันคงคลังสหรัฐรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นเกือบ 3 ล้านบาร์เรล ไม่ใช่เป็นไปตามที่คาดกัน นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐร่วงลง 2.5 ล้านบาร์เรลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุดราคาน้ำมันจึงปรับลงหักล้างกับการปรับขึ้นที่ผ่านมา ทั้งนี้ EIA สหรัฐจะรายงานตัวเลขสต็อกอย่างเป็นทางการวันนี้ (Reuters)

• ราคาทองขึ้นวันอังคาร เนื่องจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวขึ้น แต่ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้นทำให้จำกัดการปรับขึ้นราคาของโลหะ นำไปสู่การติดลบเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน จากแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐ ราคาทองคำตลาดจรปรับขึ้น 0.1% อยู่ที่ 1,070.05 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากร่วงลง 0.6% ก่อนหน้านี้ ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบางในช่วงอาทิตย์สุดท้ายของปีนี้ (Reuters)