THCOM - ซื้อ

THCOM - ซื้อ

ราคาหุ้นรับรู้ข่าวร้ายแล้ว

ราคาหุ้น THCOM ปรับตัวลดลงถึง 17% ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาผลจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของบริษัทฯ แต่เราคิดว่าเวลานี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะ ซื้อ หุ้นเก็บสะสมไว้ ราคาหุ้น THCOM ในขณะนี้ที่ซื้อขายด้วย 2016F PE ที่ 10.8 เท่าและ EV/EBITDA ที่ 5.6 เท่าอยู่ในระดับต่ำกว่าของคู่แข่งรายอื่นในกลุ่มทั่วโลกที่ซื้อขายด้วย PE ที่ 20.6 เท่าและ EV/EBITDA ที่ 8.3 เท่า เรา roll forward valuation ของเราออกไปเป็นปี 59 อิงด้วยค่าเฉลี่ย EV/EBITDA ในรอบ 5 ปี คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายที่ 35.00 บาท

เหตุการณ์ใหม่

ราคาหุ้น THCOM ปรับตัวลดลงถึง 17% ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากเราคิดว่าตลาดกังวลในเรื่อง 1) คู่แข่งขันรายใหม่ในระดับภูมิภาคเนื่องจากดาวเทียมของประเทศลาวเพิ่งเปิดให้บริการ 2) มีความเป็นไปได้ที่ลูกค้าของ TOT และ NBN จะยุติสัญญาและ 3) ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องระเบียบข้อบังคับ

ผลกระทบในอนาคต

ได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากดาวเทียมใหม่ของประเทศลาว ตลาดกังวลเกี่ยวกับการเปิดให้บริการดาวเทียมใหม่ของประเทศลาวซึ่งอาจดึงลูกค้าของ THCOM ไปบางส่วนในอนาคตอันใกล้ เราคิดว่าผลการดำเนินงานของ THCOM จะได้รับผลกระทบจากการเปิดให้บริการดาวเทียมของประเทศลาวเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นเนื่องจากลูกค้าจากประเทศลาวคิดเป็นน้อยกว่า 0.5% ของรายได้ของ THCOM ดังนั้น เงินลงทุนของดาวเทียมประเทศลาวที่อยู่ที่ 11.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ/transponder สูงกว่าของดาวเทียม Thaicom-8 ที่อยู่ที่ประมาณ 7.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ/transponder ซึ่งทำให้ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของดาวเทียมลาวในส่วนของกลยุทธ์ด้านราคาจะน้อยกว่าเมื่อเทียบกับดาวเทียม Thaicom-8 นอกจากนี้ ดาวเทียม Thaicom-5,6,8 ซึ่งมีวงโคจรอยู่ที่ 78.5 องศาหรือตำแหน่ง “hot bird” (จานดาวเทียมเกือบทุกจานในประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนมีวงโคจรในตำแหน่งเดียวกันที่ 78.5 องศา) ขณะที่ดาวเทียมของลาวมีวงโคจรอยู่ที่ 128.5 องศา ดังนั้น หากลาวต้องการเปลี่ยนวงโคจรไปยังทิศทางอื่น อาจต้องเสียต้นทุนในการติดตั้งเพิ่มที่ประมาณ 50 เหรียญสหรัฐฯ/จาน โดยสรุปแล้ว เราคิดว่ากำไรสุทธิของ THCOM จะไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้นถึงกลาง

มีแผนเปิดตัวดาวเทียมใหม่เพื่อทดแทนดาวเทียมเดิม นอกจากนี้ ตลาดยังกังวลเกี่ยวกับดาวเทียมใหม่ซึ่งจะเปิดให้บริการแทนดาวเทียม Thaicom-4,5 และ 6 ซึ่งสัมปทานจะหมดลงในปี 64 แม้รัฐบาลจะยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับ regulatory fee ของ orbital slot และค่าธรรมเนียมใบอนุญาติสำหรับการเปิดให้บริการดาวเทียมใหม่ในประเทศไทยแต่เรายังมองว่ามีโอกาสมากที่ THCOM จะได้รับใบอนุญาติให้เปิดให้บริการดาวเทียมใหม่เนื่องจาก 1) THCOM เป็นผู้ประกอบการดาวเทียมเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย 2) ประเทศไทยมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะสูญเสีย orbital slot ดังกล่าว (International Telecommunication Union (ITU) จะเรียก orbital slot คืนหากไม่มีการใช้งาน)

การปรับกำไรสุทธิ/ปัจจัยเสี่ยง

เราคงประมาณการกำไรสุทธิในปี 58-59 เดิมไว้ แต่เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิในปี 58 ลงเนื่องจากเรารวม non-recurring items ซึ่งได้แก่ forex loss ที่เกิดขึ้นระหว่างปี ทั้งนี้ กำไรหลักในช่วง 9M58 คิดเป็น 78% ของประมาณการกำไรหลักรวมทั้งปีของเรา

ผลกระทบในอนาคต

มีความเป็นไปได้น้อยที่ลูกค้าของ TOT และ NBN จะยุติสัญญา อีกเรื่องที่ตลาดกังกวลคือเรื่องเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ TOT (ลูกค้าจากประเทศไทย) และ NBN (ลูกค้าจากออสเตรเลีย) จะยุติสัญญาบริการของดาวเทียม Thaicom-4 (IPSTAR) สำหรับในขณะนี้ TOT ใช้ 3,070 Mbps หรือประมาณ 8% ของ capacity ของดาวเทียม IPSTAR ซึ่ง TOT ต้องใช้ดาวเทียม Thaicom-4 เพื่อรองรับการดำเนินงานของ Schoolnet (ภายใต้นโยบายของรัฐบาล) ซึ่งมุ่งเน้นไปยังการให้บริการการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทให้กับโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศ นอกจากดาวเทียม IPSTAR แล้ว เรามองว่า TOT มีตัวเลือกจำกัดหาก TOT ต้องการให้บริการ broadband link ในระดับเดียวกันกับการบริการ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดที่ TOT ยุติสัญญา เราคาดว่ากำไรของ THCOM จะลดลงประมาณ 270 ล้านบาท/ปี หรือ 9% ของกำไรสุทธิในปี 59 ทั้งนี้ เราคาดว่ารายได้จาก TOT จะอยู่ที่ประมาณ 340 ล้านบาท/ปี อย่างไรก็ดี เราเชื่อมั่นว่า TOT จะขอส่วนลดมากกว่าที่จะยุติสัญญา ในส่วนของ NBN ซึ่งเป็นลูกค้าจากออสเตรเลีย ตลาดกังวลว่ารัฐบาลออสเตรเลียจะทยอยย้านฐานลูกค้าจากดาวเทียม IPSTAR ไปยังดาวเทียมของตัวเองที่เพิ่งเปิดให้บริการไป อย่างไรก็ดี เราคิดว่าการย้ายฐานลูกค้าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการค่อนข้างนานเพราะเกี่ยวเนื่องกับสมาชิกมากกว่า 30,000 ราย THCOM มองว่ารัฐบาลออสเตรเลียน่าจะซื้อลูกค้าทั้งหมดเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการย้ายฐานลูกค้ากลุ่มดังกล่าวไปยังดาวเทียมของรัฐบาลหลังปี 60 เมื่อสัญญาการให้บริการของดาวเทียม IPSTAR สิ้นสุดลง ดังนั้น เราคาดว่าประเด็นดังกล่าวน่าจะไม่ส่งผลกระทบกับการดำเนินงานในขณะนี้ของ THCOM

ดาวเทียม Thaicom-8 จะสร้างรายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/59 เป็นต้นไป หลังได้รับใบอนุญาติจาก กสทช. สำหรับการให้บริการดาวเทียม Thaicom-8 ผู้บริหารคาดว่าจะเปิดให้บริการดาวเทียม Thaicom-8 ได้ในช่วง 1H59 ดาวเทียม Thaicom-8 จะช่วยหนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมกระจายเสียงในประเทศไทยและมีศักยภาพมากพอที่จะรองรับการออกอากาศแบบ HDTV เนื่องจากดาวเทียมใหม่จะมี KU-Band transponders ถึง 24 ช่องซึ่งครอบคลุมทั่วประเทศไทย ทวีปเอเชียใต้และแอฟริกา นอกจากนี้ ดาวเทียม Thaicom-8 จะรองรับความต้องการของลูกค้า Ku-Band ที่มากขึ้นรวมทั้งเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ Hot Bird Platform ที่วงโคจร 78.5° East ดาวเทียม Thaicom-8 จะเพิ่ม fleet ในปัจจุบันของดาวเทียม Thaicom-5 และ Thaicom-6 ที่วงโคจร 78.5° E ให้มากขึ้น และคาดเงินลงทุนในดาวเทียม Thaicom-8 จะไม่เกิน 178.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 5,700 ล้านบาท

โดยสรุปแล้ว เราคิดว่าราคาหุ้นที่ลดลงในขณะนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะซื้อหุ้นเก็บสะสมไว้จาก valuation ที่ถูก ราคาหุ้น THCOM ในขณะนี้ซื้อขายด้วย 2016F PE ที่เพียงแค่ 10.8 เท่าและ EV/EBITDA ที่ 5.6 เท่า เทียบกับของคู่แข่งรายอื่นในกลุ่มทั่วโลกที่ซื้อขายด้วย 2016F PE และ EV/EBITDA ที่ 20.6 เท่าและ 8.3 เท่าตามลำดับ นอกจากนี้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ THCOM อยู่ที่ 1,500 ล้านบาทในไตรมาส 3/58 และคาดจะมากขึ้นในไตรมาส 4/58 เมื่อดาวเทียม Thaicom-7 มี utilization rate อยู่ที่ 100% ในไตรมาส 4/58 นอกจากนี้ เราคาดว่ากำไรสุทธิจะมี upside มากขึ้นจากดาวเทียม Thaicom-8 ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในช่วง 2H59

คำแนะนำ

คงคำแนะนำ ซื้อ เรา roll forward ราคาเป้าหมายของเราออกไปเป็นปี 59 อยู่ที่ 35.00 บาทอิงด้วย EV/EBITDA เฉลี่ยในรอบ 5 ปีที่ 7 เท่า