นายกฯเขียนจดหมายข่าวรบ.ให้ปี 59 เป็นปีแห่งความเข้มแข็ง

นายกฯเขียนจดหมายข่าวรบ.ให้ปี 59 เป็นปีแห่งความเข้มแข็ง

นายกฯเขียนจดหมายข่าวรบ.ให้ปี 59 เป็นปีแห่งการสร้างความเข้มแข็ง แนะอย่าถามประเทศให้อะไร แต่ได้ทำอะไรให้ชาติบ้าง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เขียนบทความคอลัมน์ “จากใจนายกรัฐมนตรี” ลงใน “จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน” ปีที่ 2 ฉบับที่ 17 วันที่ 1 มกราคม 2559 ใจความว่า ในศุภมงคลสมัยขึ้นปีใหม่ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง โปรดดลบันดาลให้เมืองไทยมีแต่ความผาสุก พระเสื้อเมืองโปรดปกป้องคุ้มครองบ้านเมืองให้ปราศจากภัยพิบัติ ภัยคุกคามทุกรูปแบบ พระทรงเมืองโปรดดูแลทุกข์สุขของประชาชนให้ร่มเย็นเป็นสุขสวัสดี อีกทั้งพระเดชะพระบารมีอันแผ่ไพศาลแห่งองค์พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดพระราชทานพรให้พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ประสบแต่ความสุข ความเจริญ และร่วมกันสร้างสรรค์ไทยให้เป็นสังคมแห่งความรัก ความสามัคคี นับแต่นี้และตลอดไป  

ปี พ.ศ.2557 – 2558 รัฐบาลมอบของขวัญเพื่อคืนความสุขให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนตลอดทั้งปี ไม่ใช่เพียงแค่ช่วงเทศกาลปีใหม่เท่านั้น เป็น 2 ปีที่คสช.และรัฐบาลต้องการนำพาประเทศให้สามารถลุกขึ้นยืนบนลำแข้งของตัวเอง จากการล้มลุกคลุกคลาน สูญเสียบทบาทนำ พลาดโอกาสการพัฒนาประเทศและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันมากว่า 10 ปี ด้วยการเริ่มต้นโครงการสร้างความเข็มแข็งที่สำคัญและการปฏิรูปประเทศในทุกมิติ ซึ่งมุ่งเน้นผลประโยชน์ของส่วนรวม ประเทศชาติ ประชาชน และลูกหลานไทยเป็นหลักชัย  ปี พ.ศ.2559 นี้ ผมขอให้เป็น “ปีแห่งการสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติ” เรียนรู้และก้าวข้ามอดีตที่ผิดพลาด นำประสบการณ์ดังกล่าวมาเป็นบทเรียน เพื่อมุ่งเดินหน้าสู่อนาคตที่ดีกว่า สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการวางรากฐานที่แข็งแกร่ง มั่นคง และสมดุลในทุกด้าน

ศกหน้าและปีต่อๆ ไป ผมขอฝากข้อคิดเกี่ยวกับการมอบของขวัญที่สร้างความยั่งยืน ทำได้ทุกวัน เป็นการมอบ “ของขวัญ” 4 ระดับ (1) ตนเอง คือ การสั่งสมความรู้ สร้างปัญญา และการมีสติในการรักษาคุณธรรม (2) ครอบครัว คือ การมอบเวลา ให้ความรัก ความเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน (3) “มิตรสหาย ผู้ร่วมงาน คนรอบข้าง” คือ การมอบความจริงใจ ให้เกียรติ และการรู้สามัคคี (4) “สังคม ส่วนรวม ประเทศชาติ” คือ การมีน้ำใจ การเสียสละผลประโยชน์ส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ ทั้งนี้ แทนการ “เรียกร้อง” ทวงถามว่า ประเทศจะให้อะไรแก่ท่าน ลองถามตนเองว่า ท่านได้ทำอะไร “มอบให้” ประเทศชาติและลูกหลานบ้าง ในฐานะคนไทยที่รักชาติอย่างแท้จริงครับ 

นอกจากนี้ ในคอลัมน์ “วาทะนายกรัฐมนตรี” ได้นำถ้อยแถลงของนายกฯ ที่กล่าวเอาไว้ใน “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” ที่กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ตอนหนึ่งว่า “…ผมไม่ได้ทำให้ท่านต้องมารักผม แต่ให้รู้ว่าผมรักท่านอย่างไร เพราะฉะนั้นการรักใครก็ตาม อย่าทำให้คนเสียนิสัย ก็คือต้องสอนให้เขาเรียนรู้ ให้เขาเข้มแข็ง…”