ออกหมายจับอดีตผอ.พรรคพัฒนาชาติไทย ช่วยทรท.ช่วงเลือกตั้งปี49

ออกหมายจับอดีตผอ.พรรคพัฒนาชาติไทย ช่วยทรท.ช่วงเลือกตั้งปี49

ศาลอาญาออกหมายจับ"อดีตผอ.พรรคพัฒนาชาติไทย" จำเลยร่วมคดีจ้างจนท.กกต.แก้ข้อมูลส่งพรรคเล็กลงเลือกตั้งช่วยไทยรักไทยปี 49 เบี้ยวฟังฎีกา นัดฟังฎี

ศาลนัดอ่านฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.961/2553ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ5เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องพล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อายุ 76 ปี อดีตรมว.กลาโหมและกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย , นายอมรวิทย์ สุวรรณผล อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบบริหารฐานข้อมูลพรรคการเมือง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) , นายชวการ หรือกรกฤต โตสวัสดิ์ อดีตสมาชิกพรรคพัฒนาชาติไทย , นายสุขสันต์ หรือจตุชัย ชัยเทศ อดีตผอ.การเลือกตั้งพรรคพัฒนาชาติไทย และนายบุญทวีศักดิ์ อมรสินธุ์ อดีตหัวหน้าพรรคพัฒนาชาติไทย เป็นจำเลยที่1-5ในความผิดฐานกระทำผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502มาตรา6และ11 

โดยคดีนี้ โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 11 มี.ค.2553 สรุปว่า ระหว่างวันที่2-7มี.ค.2549ต่อเนื่องกัน จำเลยที่1ได้ร่วมกับจำเลยที่3จ้างวานให้จำเลยที่2ซึ่งเป็นพนักงานสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต โดยมอบเงินค่าตอบแทนให้จำเลยที่2จำนวน30,000บาท ให้ดำเนินการตัดต่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายชื่อ ข้อมูลสมาชิกของพรรคพัฒนาชาติไทยที่ไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นสมาชิกพรรคพัฒนาชาติไทยไม่ครบ90วัน ตามที่กฎหมายกำหนด เหตุเกิดที่แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง,แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร และแขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม. เกี่ยวพันกัน 

อย่างไรก็ดีเมื่อถึงเวลานัด มีเพียงนายอมรวิทย์ อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยฯ จำเลยที่ 2 และนายบุญทวีศักดิ์ อดีตหัวหน้าพรรคพัฒนาชาติไทย จำเลยที่ 5 เดินทางมาศาล    ส่วนนายสุขสันต์ หรือจตุชัย อดีตผอ.การเลือกตั้งพรรคพัฒนาชาติไทย จำเลยที่ 4 ไม่ได้เดินทางมา ซึ่งทนายความ แถลงต่อศาลว่า เพิ่งทราบจากภรรยา ของจำเลยที่ 4 ว่า จำเลยยังไม่ได้เดินทางกลับจากต่างประเทศ 

สำหรับพล.อ.ธรรมรักษ์ จำเลยที่ 1คดีถึงที่สุดในชั้นอุทธรณ์แล้วที่ให้ยกฟ้อง จึงไม่ต้องเดินทางมาศาล ส่วนนายชวการ หรือกรกฤต โตสวัสดิ์ อดีตสมาชิกพรรคพัฒนาชาติไทย จำเลยที่ 3 ได้หลบหนีคดีชั้นอุทธรณ์ ซึ่งศาลได้ออกหมายจับไปแล้วเมื่อวันที่ 7 ม.ค.2557 

ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า นายสุขสันต์ หรือจตุชัย อดีตผอ.การเลือกตั้งพรรคพัฒนาชาติไทย จำเลยที่ 4 ทราบหมายโดยชอบแล้ว แต่ไม่ได้เดินทางมาศาล และไม่ได้แจ้งเหตุผลอันสมควร เชื่อว่าจำเลยที่ 4 มีพฤติการณ์หลบหนีจึงให้ออกหมายจับจำเลยที่ 4 และปรับนายประกัน และให้เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปวันที่ 3 ก.พ.59 เวลา 09.00 น. 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นคำพิพากษา เมื่อวันที่30พ.ค.2555ว่า จำเลยที่1, 3, 4, 5มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502  มาตรา11ให้จำคุกคนละ3ปี4เดือน ส่วนจำเลยที่2ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ กกต.มีความผิดตาม พ.ร.บ.เดียวกัน มาตรา6ให้จำคุก5ปี โดยไม่รอลงอาญาทั้งหมด และให้ริบเงินสดของกลางจำนวน 30,000 บาท 

ต่อมาจำเลยที่ 1- 5 ยื่นอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องหรือให้ลงโทษสถานเบา ขณะที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับเมื่อวันที่ 7 ม.ค.2557ให้ยกฟ้อง พล.อ.ธรรมรักษ์ จำเลยที่ 1 และแก้โทษนายอมรวิทย์ อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยฯจำเลยที่ 2 เหลือจำคุก 3 ปี 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 3-5 ให้จำคุกคนละ 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา   ขณะที่ จำเลยที่ 2 - 5 ยื่นฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบา ส่วน พล.อ.ธรรมรักษ์ จำเลยที่ 1 คดีถึงที่สุดในชั้นอุทธรณ์แล้วที่ให้ยกฟ้อง