'ชัยสิทธิ์'เตือนนายกฯ ระวังเสียเพราะคนใกล้ชิด

'ชัยสิทธิ์'เตือนนายกฯ ระวังเสียเพราะคนใกล้ชิด

"พล.อ.ชัยสิทธิ์" สอน"ประยุทธ์" ให้อภัยคนที่ควรให้อภัย เตือนระวังเสียเพราะคนใกล้ชิด

พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และอดีตผู้บัญชาการทหารบก เปิดโอกาสให้ข้าราชการ นักการเมืองพ่อค้า นักธุรกิจ เข้าร่วมอวยพรเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2559 ซึ่งมีพล.อ.ปราการ ชลยุทธ รองเสนาธิการทหาร พร้อมคณะ เป็นตัวแทนพล.อ.สมหมาย เกาฎีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้าร่วมอวยพร 

โดยพล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวถึงการทำงานในรอบปีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ตนคิดว่าบ้านเมืองมีความเรียบร้อย เพราะกฎหมายศักดิ์สิทธิ์ แต่คิดว่าว่าการเป็นผู้นำรัฐบาลจะต้องมีหลัก ประกอบไปด้วย1.ความซื่อสัตย์ 2.คุณธรรม และ3.เมตตาธรรม หากมีครบทั้ง3 ข้อก็จะเป็นผู้นำที่มีความรุ่งเรือง และคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องแผ่บารมี ให้อภัยอะไรได้ก็ควรให้อภัย ไม่ใช่จ้องแต่จะจองล้างจองผลาญกันตลอด โดยสิ่งที่จะต้องทำก็คือบังคับใช้กฎหมายเพื่อความยุติธรรม ขณะเดียวกันข้อมูลข่าวสารที่ระดับผู้นำควรระวัง เพราะมีแต่คอยรอบข้างคอยให้แต่ข่าวดี ในทางตรงกันข้ามประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเดือดร้อน แต่ว่าพวกเขายังคงมีความอดทน ก็นับว่ายังเป็นความโชคดีของรัฐบาลอยู่

"ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่คนเป็นผู้นำควรมีเมตตาธรรม ควรแผ่บารมี ให้อภัยกับคนที่ควรให้อภัย เพื่อให้บารมีตนเองแผ่ไพศาลไปเรื่อยๆ มันเป็นเสมือนคุณสมบัติของผู้นำที่ควรยึดถือ เพราะจะทำให้คนรักคนนิยม คนนับถือและยังเป็นผลดีต่อประเทศชาติมีความสุข ในเมื่อผู้นำมีคนรัก มีบารมีสูง ช่วยเหลือคนนั่นคนนี้ ถ้ารู้จักให้อภัยกันบ้างเหมือนเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะจะเป็นบุญคุณที่ฝังอยู่ในใจไปตลอด ไม่ใช่ไปกดเขาไว้ตลอด ตนคิดว่าทุกยุคทุกสมัยผู้นำมักจะเสียก็เพราะคนใกล้ชิด นี่แหละเป็นสัจธรรมที่ส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น ถ้าไม่เป็นแบบนั้นตนคิดว่าเยี่ยมมาก"พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าคนใกล้ตัวนายกฯ คอยให้ข่าวดีๆ จะส่งผลสะเทือนกับรัฐบาล หรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ลักษณะผู้นำทั่วไป คนแวดล้อมจะต้องรายงานแต่เรื่องดีๆ เพราะฉะนั้นท่านนายกฯต้องหูตา กว้าง ต้องมีสายข่าวที่ตรวจสอบชัด ขอยกตัวอย่างพื้นที่ท่องเที่ยวที่ตนทราบมายังมีการเรียกเก็บส่วยเยอะ แถมมากขึ้นอีกด้วย และผู้ประกอบการจะไปไม่รอดอยู่แล้วก็ต้องจ่าย ไม่จ่ายจะไม่มีกิน สิ่งนี้แหละที่จะต้องลงมาดู นี่เพียงแค่ตัวอย่างเดียวยังมีอีกหลายอย่างที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนแทบจะไม่มีกินเยอะมาก 

เมื่อถามว่าความเดือดร้อนของเกษตรกรรัฐบาลควรแก้ไขอย่างไร พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าหนักใจ และน่าเห็นใจ ก็ค่อยๆแก้ไป ซึ่งเม็ดเงินที่รัฐบาลลงทุนไป อย่าไปกระจุกเพียงจุดเดียว แต่ควรต้องกระจายลงไป ซึ่งสมัยที่ยังมี ส.ส.เม็ดเงินยังสามารถกระจายลงไปถึงประชาชน แต่ตอนนี้ไม่มีเงินก็ลงไปกระจุกเพียงแค่จุดเดียว เพราะฉะนั้นรัฐบาลควรเข้าไปตรวจสอบได้เลย ตนรับลองว่าเจอแน่ๆ

เมื่อถามว่าปีหน้าประเมินว่าจะเกิดวิกฤตหรือไม่ พล.องชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าใช้หลักการที่ตนกล่าวไปคงไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าไม่ยึดหลักการ และยังกดไว้เช่นนี้อยู่ คิดว่าเหนื่อย ส่วนทิศทางการเมืองเป็นอย่างไร บอกเลยว่าดูไม่ออก เพราะไม่ใช่นักการเมือง แต่ที่ดูออกคือความเดือดร้อนของประชาชน ส่วนรัฐบาลจะดูออกหรือไม่นั้น คิดว่าในเมื่อมีสายข่าวเยอะแล้วก็ต้องใช้ให้ถูก เพื่อจะได้ข้อเท็จจริง 

เมื่อถามถึงกรณีที่สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจการทำงานของรัฐบาลอยู่ในระดับ 99.5% พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า “เรื่องนี้ผมพูดไม่ได้ พูดไปก็อันตราย ก็ขอให้พิสูจน์ความจริงกันไป เพียงแต่ขอให้ใช้คนที่ไม่เคยใช้ และขอให้หูตา กว้างขึ้น แล้วก็จะรู้เองว่าเป็นอย่างไร แต่ผมเข้าใจว่าผลที่ออกมาอย่างนั้นเป็นการยกระดับความน่าเชื่อ สำหรับผลงานที่รัฐบาลทำออกมานั้น ผมคิดว่าเขาก็ตั้งใจทำงาน แต่สถานการณ์บางอย่างยังไม่เอื้ออำนวย แต่ที่เป็นห่วงก็คือ อะไรต่างๆที่ไปกดทับไว้มากๆ ถ้าถึงเวลาเดี๋ยวมันจะระเบิดออกมา"

พล.อ.ชัยสิทธิ์ ยังกล่าวถึงบทบาทกองทัพด้วยว่า โดยภาพรวมก็โอเคดี แต่ไปอย่ายึดหลักเล่นพรรคเล่นพรรคใครเป็นเด็กใคร ซึ่งสมัยที่ตนเป็นผบ.ทบ.ก็ทำไว้เป็นตัวอย่างแล้ว โดยพิจารณานายทหารทุกรุ่น ดูทุกสิ่ง และให้ความยุติธรรมทุกกองทัพภาค นายทหารคนใดเหมาะสมกับตำแหน่งอะไร มีคุณสมบัติเป็นเช่นไร ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่าในกองทัพเป็นแบบนั้นหรือเปล่า แต่ถ้าปกครองโดยหลักยุติธรรม พิจารณาตามขีดความสามารถ ก็จะส่งผลให้การบริหารงานกองทัพไปต่อได้ไม่มีปัญหาอะไร อีกทั้งทหารยึดยึดความมีวินัยอยู่แล้ว