แกว่งเเคบในกรอบ 1275-1300

แกว่งเเคบในกรอบ 1275-1300

เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิคส์ ที่ราคาลงมาเยอะแล้วและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA :  แกว่งเเคบในกรอบ 1275-1300

ตลาดไทยวันนี้ยังคงมีเเนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบเเคบด้วยปริมาณการซื้อขายเบาบาง โดยปัจจัยบวกมาจากเม็ดเงินLTF RMF ช่วงโค้งสุดท้าย ประกอบกับตลาดได้รับรู้ข่าว4Gเเละเฟดไปมากเเล้วจึงน่าจะทรงตัวในกรอบจำกัดเเละขยับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปมีเเนวต้านสำคัญที่1300 อย่างไรก็ตามด้วยราคาน้ำมันที่ย่อลงสัปดาห์นี้จากความกังวลการส่งออกน้ำมันของอิหร่านเเละการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนตลาดไทยจะยังคงไม่ปรับขึ้นได้มากนักเเละเผชิญเเรงขายอยู่เป็นระยะๆ

แนวรับ/แนวต้าน : 1260/1300 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 30% : พอร์ตหุ้น 70%

กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิคส์ ที่ราคาลงมาเยอะแล้วและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงหุ้นใหญ่ในกลุ่มสื่อสารไปก่อน

นักลงทุนระยะสั้น : SVI(6.20), ORI (15)

SVI (6.20) งบ Q3 ออกมาดีแล้ว ต่อไปงบ Q4 จะเข้าสู่ช่วงพีค ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ส่งออกง่ายขึ้นและไม่ส่งออกไปจีน ทำให้ผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวมีค่อนข้างน้อยต่อ SVI ส่วนปีนี้จะเดินเครื่องผลิตได้เต็มที่เหมือนก่อนช่วงไฟไหม้ ประกอบกับ demand จากยุโรปยังแข็งแกร่งอยู่และปีหน้าจะได้ลูกค้าใหม่จากอเมริกามา 6 ราย เป็นรายได้เสริมถึง 1,200 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรมีโอกาสจะโตถึง 32%ในปีหน้า เเถม PE ของSVI ปัจจุบัน 11.6 เท่า ถูกกว่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 12.6 เท่าด้วย

ORI (15) แนะนำเอาไว้เล่นสั้น ลงซื้อ ขึ้นขาย คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการลงทุนของภาครัฐที่จะทำให้มีการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าและดีมานด์คอนโดและมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงช่วยหนุน sentiment ในปี 59 โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายพรีเซลที่ 7 พันล้านบาท โตต่อเนื่องจากปี 58 โดยมีแผนเปิด 8-10 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 1 หมื่นล้าน และ ในไตรมาสที่ 1/59 3 โครงการมูลค่า 3 พันล้านบาท ทำให้รายได้และกำไรเติบโตได้ต่อ โดยรายได้มีโอกาสแตะ 4 พันล้านบาท สูงขึ้นเท่าตัวจาก 2 พันล้านบาทในปี 58 ด้วย

นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (32)

SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC

CK (32) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปีหน้า (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการลูก บริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปีหน้า (4)Q3 & Q4 sale & earnings ไม่ค่อยดี โครงการ mega projects ประมูลชนะปีนี้เริ่มทำปีหน้า ช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.คาดการณ์ผลจากมาตรการหักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าและบริการภายในประเทศเพื่อนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท จะมีผู้ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ราว 3 ล้านคน ส่งผลให้ในช่วง 7 วัน ที่มาตรการนี้มีผลใช้จะมีผู้ใช้จ่ายเงินเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ต้องใช้อยู่แล้ว 2.25 หมื่นล้านบาท

+ นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกในปี 2559 คาดว่าจะขยายตัว 5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจคู่ค้าที่ฟื้นตัว แต่ปัจจัยที่เป็นห่วง คือ หากราคาน้ำมันลดลงต่ำกว่า 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะกระทบต่อการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน รวมถึงเศรษฐกิจประเทศที่ส่งออกน้ำมันและเศรษฐกิจโลก

- "พาณิชย์" ยอมรับสภาพส่งออกปีนี้ร่วงต่ำกว่าเป้าหมาย หลังส่งออก 11 เดือนติดลบ 5.5% ชี้ปีหน้าน้ำมันยังเป็นปัจจัยเสี่ยง ฉุดสินค้าโภคภัณฑ์ร่วงตาม ทำส่งออกต่ำ เป้าหมายที่ 5% ด้านสศค.ประเมินเศรษฐกิจโลกฟื้น ส่งออกปีหน้าโตได้ 2.5% ขณะศูนย์วิจัยกสิกรฯ ระบุสัญญาณราคาน้ำมัน อาจกระทบมากกว่าปีนี้
PSUM> สรุปข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 29 ธ.ค. 2558

- นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ตลาดรวมรับสร้างบ้านทั่วประเทศในปี 2559 จะมีแนวโน้มทรงตัว หรืออาจปรับเพิ่มเล็กน้อย คิดเป็นมูลค่ารวม 1.3-1.4 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 4,600-4,700 หน่วย โดยในปี 2558 มูลค่าตลาดลดลงเหลือ 1.3 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 4,600 หน่วยเศษ จากเดิมที่คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท หรือปรับตัวลดลง 20%

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,528.27 จุด ลดลง 23.90 จุด หรือ -0.14% ตลาดน้ำมันนิวยอร์กปิดทำการวันศุกร์ที่ 25 ธ.ค. เนื่องในวันคริสต์มาส
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดอ่อนแรงลงเมื่อคืนนี้ (28 ธ.ค.) เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานโลก และยังได้สกัดปัจจัยบวกจากการพุ่งขึ้นของหุ้น Amazon.com และหุ้นวอลท์ ดีสนีย์

- ตลาดหุ้นลอนดอนปิดทำการวันจันทร์ที่ 28 ธ.ค. เนื่องในวัน Boxing Day

+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ.ร่วงลง 1.29 ดอลลาร์ หรือ 3.4% ปิดที่ 36.81 ดอลลาร์/บาร์เรล 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (28 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดโลกที่สูงเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีรายงานว่า อิหร่านเตรียมส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า