นายกฯย้ำปี60ดึงนักลงทุนเข้าพื้นที่ เน้นการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง

นายกฯย้ำปี60ดึงนักลงทุนเข้าพื้นที่ เน้นการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง

นายกฯเปิดศูนย์กลางอุตสาหกรรมยางพาราจ.สงขลา ย้ำปี60 ระบบสาธารณุปโภคต้องเสร็จพร้อมดึงนักลงทุนเข้าพื้นที่เน้นการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางเพิ่มมูลค่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเดินทางมาถึงนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้เพื่อเป็นประธานเปิดศูนย์กลางอุตสาหกรรมยางพาราหรือรับเบอร์ซิตี้ (Rubber City)

โดยมี ดร.วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้การต้อนรับพร้อมรายงานสถานการ์ความคืบหน้าโครงการฯ 

ภายหลังการฟังข้อมูลนายกฯได้สอบถามถึงแนวทางมาตรการในการดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ พร้อมแสดงความเป็นห่วงอยากให้เร่งรัดทำโครงการนี้ให้สำเร็จและเป็นรูปธรรมโดยเร็วเพราะเชื่อว่าจะเปิดประโยชน์กับชาวสวนยางและที่สำคัญต้องให้ความสำคัญการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ได้ โดยภายในปี2560 ซึ่งทางการนิคมฯให้ข้อมูลว่าระบบสาธารณุปโภคภายในพื้นที่จะพร้อมที่จะเปิดให้โรงงานและผู้ประกอบการที่สนใจเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้แล้วต้องทำให้ได้จริงๆตามกำหนด

โดยขณะเดินออกจากห้องประชุมเพื่อพบปะมวลชน นายกฯได้หยุดให้ความสนใจกับบูธผลิตภัณฑ์ยางพาราที่มีการแปรรูปเป็นสินค้าต่างๆผลงานของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่นำมาจัดแสดงบริเวณงานด้วย จากนั้นจึงเดินทางไปลั่นฆ้องเพื่อเปิดศูนย์กลางอุตฯยางอย่างเป็นทางการ ก่อนพบปะมวลชนประมาณ3,000คนที่มารอให้การต้อนรับโดยได้พูดถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือชาวสวนยางจากนั้นได้กล่าวอวยพรปีใหม่ให้กับประชาชนชาวจังหวัดสงขลา ก่อนเดินทางต่อไปยังบริเวณด่านสะเดาส่วนขยาย ด่านพรมแดนไทย-มาเลเซียที่ อ.สะเดา จ.สงขลาเพื่อเปิดอาคารผู้โดยสารฝั่งขาออก

ดร.วีรพงศ์ กล่าวว่า  นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้มีเนื้อที่ประมาณ 2,284 ไร่ โดยกำหนดพื้นที่ให้เป็นเขตนิคมอุตฯยางพารา1,218 ไร่ เป้าหมายหลักคือเน้นการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราให้เพิ่มปริมาณและช่องทางการผลิตให้มากขึ้น บทบาทสำคัญของรับเบอร์ซิตี้จะเป็นการรวมกลุ่มคลัสเตอร์ยางต้นแบบในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางแบบครัสเตอร์ที่เน้นการขยายห่วงโซ่อุปทานและการให้บริการอย่างบูรณาการภายใต้กรอบการพัฒนาอย่างยั่วยืนและสมดุลของเศรษฐกิจและสิ่งเวแดล้อม

“เดือนมกราคม 59จะเริิ่มเปิดจองพื้นที่ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการจากจีนที่มีฐานการผลิตหลักที่จ.ระยองสนใจเข้ามาลงทุนที่จ.สงขลา เนื่องจากมีจุดคุ้มทุนกว่าในแง่ของวัตถุดิบที่มีเฉลี่ยปีละ 2ล้านตัน ประกอบกับก่อนหน้านี้โรงงานสยามมิชลินที่มาเปิดโรงงานเริ่มขยายฐานจากวัตถุดิบ20,000ตันปัจจุบันเพิ่มเป็น 50,000ตัน” ดร.วีรพงศ์กล่าว 

สำหรับนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City) คาดการณ์ว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้ภายได้ในปี พ.ศ. 2561 โดยมีอุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมสำหรับยานยนต์ , อุตสาหกรรมท่อยาง , อุตสาหกรรมถุงมือยาง , อุตสาหกรรมแปรรูปน้ำยางข้น , โครงการสวนยางนำร่องในอนาคต และตั้งเป้าภายใน 5 ปีหรือประมาณปี 2564 จะมีโรงงานเข้ามาลงทุนประมาณ70แห่ง