'สมชัย'ยันตั้งลูกชายเป็นผช.เลขาฯประจำตัว ไม่ขัดระเบียบกกต.

'สมชัย'ยันตั้งลูกชายเป็นผช.เลขาฯประจำตัว ไม่ขัดระเบียบกกต.

“สมชัย” มั่นใจตั้งลูกชายเป็นผช.เลขาฯประจำตัว ไม่ขัดระเบียบกกต. ปัดพาลงพื้นทีต่างจังหวัด ด้านสนง. เดินหน้าแจง ไม่ผิด-สามารถทำได้-ไม่เสียหาย

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่ที่มีการแต่งตั้งนายปริญ ศรีสุทธิยากร บุตรชายเป็นผู้ช่วยเลขานุการประจำกกต.และมีการเบิกค่าใช้จ่ายในการไปปฏิบัติหน้าที่ที่ต่างจังหวัด ว่า การแต่งตั้งบุตรชายมาเป็นผู้ช่วยเลขานุการนั้นได้ดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนที่ถูกต้อง แต่กรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าได้มีการทำเรื่องเบิกค่าใช้จ่ายเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ที่ต่างจังหวัดนั้น บุตรชายของตนไม่ได้เดินทางไปด้วย เข้าใจว่าเป็นข้อมูลที่คาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่เรื่องนี้เป็นประเด็นนั้น ตนก็ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกับบุตรชาย แต่ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล ซึ่งรายละเอียดขอให้ฝ่ายเลขาหรือสำนักบริหารทั่วไปเป็นผู้ชี้แจง 

ด้านนายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รักษาการแทนเลขาธิการกกต. เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่านายสมชัย ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสำนักงานกกต.ประจำจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดสระบุรี โดยมีนายปริญ เดินทางไปปฏิบัติงานด้วย และการขออนุมัติเดินทางในครั้งนี้ โดยได้รับสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานตามระเบียบกกต.ว่าด้วยที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ประจำประธานกกต.และกกต. พ.ศ. 2556 ประกอบระเบียบกกต.ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานพ.ศ. 2550 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 สำนักงานกกต. ขอชี้แจงว่าข้อเท็จจริงกรณีการแต่งตั้งนายปริญ ผู้ช่วยเลขานุการประจำกกต. สามารถแต่งตั้งได้ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบกกต.ว่าด้วยที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ประจำประธานกกต.และกกต. พ.ศ. 2556 ทั้งนี้ในการเดินทางดังกล่าวมีผู้ร่วมเดินทางจำนวน 4 คน ได้แก่ ที่ปรึกษาประจำกกต. ผู้เชี่ยวชาญฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัย และพนักงานขับรถยนต์ ร่วมเดินทางเท่านั้น โดยไม่มีนายปริญ ร่วมเดินทางแต่อย่างใด แต่หากร่วมเดินทางไปด้วยจริง ก็สามารถใช้สิทธิเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปปฏิบัติงาน วันละ 250 บาท จึงเป็นไปตามระเบียบกกต.ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ. 2550 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 และไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติแต่อย่างใด 

ขณะที่นายธนิศร์ ศรีประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิกกต. กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของกกต. แต่ละคนนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการแต่งตั้งทีมงาน โดยต้องเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ประจำประธานกรรมการการเลือกตั้งและกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๕๖ และการเลือกบุคคลมาปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวนั้นเป็นสิทธิของกกต.แต่ละคน เป็นธรรมดาที่การเลือกจะเป็นการเลือกคนที่ไว้ใจได้ ตำแหน่งที่อยู่ในตามระเบียบนี้ไม่ใช่มาเป็นพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน จึงมีลักษณะเหมือนกับว่าไม่ใช่การจ้างงาน แต่เป็นการมาทำงานให้และมีค่าตอบแทนเป็นรายเดือน ดังนั้น กกต.แต่ละคนจึงมีสิทธิเสนอชื่อแต่งตั้งหรือจะให้พ้นจากตำแหน่งตอนไหนก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสม และก็ได้มีการกำหนดแล้วว่าหากกกต.พ้นจากตำแหน่ง ทีมงานของกกต.คนนั้นก็ต้องพ้นจากตำแหน่งตามไปด้วย เนื่องจากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ประจำ อีกทั้งก่อนแต่งตั้ง กกต.ก็ต้องดูแล้วว่าไม่ใช่เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ระเบียบกำหนด ประเด็นนี้จึงมองว่าเป็นเรื่องปกติ หากดำเนินการตามระเบียบก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีอะไรเสียหาย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ประจำประธานกกต.และกกต. พ.ศ. ๒๕๕๖ ในส่วนของผู้ช่วยเลขานุการได้กำหนดคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามระบุ อาทิ มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นเช่นเดียวกับพนักงานและลูกจ้างของสำนักงานตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล มีคุณสมบัติพิเศษอื่นหรือมีประสบการณ์ตามที่ประธานกรรมการหรือกรรมการเห็นสมควร แล้วแต่กรณี โดย กกต.แต่ละคนนั้นจะสามารถมีผู้ช่วยเลขานุการได้ 2 ตำแหน่งต่อคน ส่วนค่าตอบแทนต่อเดือนนั้นจะเป็นไปตามวุฒิการศึกษา คือ ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี 15,000 บาท ระดับปริญญาตรี 20,000 บาท และสูงกว่าระดับปริญญาตรี 23,000 บาท ซึ่งไม่ได้มีการกำหนดว่าตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการต้องมีวุฒิการศึกษาเฉพาะด้านอย่างไรบ้าง รวมทั้งยังได้สิทธิประโยชน์อื่น อาทิ ประกันสุขภาพเบี้ยประกันไม่เกิน 20,000 บาท ต่อคนต่อปี และบำเหน็จตอบแทนเป็นเงินจ่ายครั้งเดียวเมื่อพ้นจากตำแหน่ง โดยคำนวณจากค่าตอบแทนรายเดือนคูณด้วยจำนวนปีในการดำรงตำแหน่ง สำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานนั้นผู้ช่วยเลขานุการมีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน เช่นเดียวกับพนักงานปฏิบัติงานระดับกลาง 

อย่างไรก็ตาม วุฒิการศึกษาของนายปริญ นั้น จบการศึกษาระดับมัธยมที่ ร.ร.สวนกุกลาบวิทยาลัย ส่วนระดับอุดมศึกษา ที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ภาควิชาภาพยนตร์