กรธ.ชงปฏิรูปการศึกษา กำหนดให้มีแผนการศึกษาชาติ

กรธ.ชงปฏิรูปการศึกษา กำหนดให้มีแผนการศึกษาชาติ

กรธ.ชงปฏิรูปการศึกษา กำหนดให้มีแผนการศึกษาชาติ เตรียมปรับเกณฑ์ นับอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งใหม่

มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระพิจารณาประเด็นที่ค้างการพิจารณา จากนั้นเวลา 15.00 น.นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรธ.แถลงว่า ที่ประชุมได้พิจารณาผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการพิจารณา แนวทางการปฏิรูปการศึกษา และการบังคับใช้กฎหมาย สรุปสาระสำคัญ คือ แนวทางการปฏิรูปการศึกษา ควรกำหนดให้มีแผนการศึกษาของชาติ และกฎหมายว่าด้วยแผนการศึกษาของชาติโดยเร็ว รวมทั้งกำหนดให้มีคณะกรรมการศึกษาทำหน้าที่กำหนดนโยบายและกำกับดูแลตามแผนดังกล่าว พร้อมทั้งควรมีการควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณด้านการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามแผนการศึกษาของชาติที่กำหนด ทั้งนี้ เพื่อให้ได้คนดี มีวินัย และมีการศึกษาได้ตามความถนัด ส่วนประเด็นดังกล่าวจะกำหนดไว้ในหมวดหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ หรือบทเฉพาะกาล ทางกรธ.จะไปพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง 

ส่วนแนวทางการบังคับใช้กฎหมาย ควรมุ่งอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งปรับปรุงกฎเกณฑ์ในการเข้าสู่ตำแหน่งราชการให้มีความชัดเจน เพื่อลดการใช้ดุลพินิจในการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งต่างๆ ขณะเดียวกันที่ประชุมได้พิจารณาบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตราร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ โดยควรกำหนดบทลงโทษแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รู้ว่ามีการดำเนินการอันเป็นการฝ่าฝืนหลักการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แล้วอนุมัติหรือจัดสรรงบประมาณหรือดำเนินการไปโดยมิได้บันทึกข้อโต้แย้งไว้เป็นหนังสือ 

นายนรชิต กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติเกี่ยวกับการนับอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเดิมรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง แต่เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและให้โอกาสกับเยาวชนรุ่นใหม่ที่จะได้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ทางกรธ.จึงเห็นพ้องว่าอาจจะกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ก่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งแนวทางดังกล่าวนี้จะส่งผลให้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมจากที่เคยต้องทำให้คนเหล่านี้เสียสิทธิไปจำนวนกว่าแสนคน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ทางอนุกรรมการฯก็จะไปศึกษาในรายละเอียดเพิ่มเติมตามขั้นตอนต่อไป