'ประวิตร'สั่งเหล่าทัพทบทวนแผนงาน-โครงการ สนองนโยบายรัฐบาล

'ประวิตร'สั่งเหล่าทัพทบทวนแผนงาน-โครงการ สนองนโยบายรัฐบาล

“พล.อ.ประวิตร”สั่งเหล่าทัพทบทวนแผนงาน-โครงการ สนองนโยบายรัฐบาล ลดความซ้ำซ้อน

พล.ต.คงชีพ ตันตระวานิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่12/2558โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน และมี ผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมว่า พล.อ.ประวิตร กำชับสั่งการให้ทุกหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม พิจารณาทบทวนแผนงานและโครงการให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการเร่งรัดขับเคลื่อนงานที่เป็นวาระแห่งชาติและงานสำคัญๆ ที่เป็นการวางรากฐานประเทศ โดยให้บูรนาการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันทั้งภายในกระทรวงกลาโหม และระหว่างกระทรวงให้มากขึ้นเพื่อเสริมประสิทธิภาพในกลุ่มงานที่เชื่อมโยงกันและเป็นการลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน โดยยังคงเป้าหมาย ยึดโยงประชาชนเป็นศูนย์กลาง และให้เน้นความทั่วถึงและเป็นธรรมกับประชาชนในทุกพื้นที่ โดยไม่เลือกปฏิบัติ

สั่งเหล่าทัพ เตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร  กำชับถึงความพร้อมของทุกหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่จะต้องตระหนักและให้ความสำคัญ ทั้งการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพล และพัฒนาศักยภาพระบบงานและหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง ต้องสามารถทำหน้าที่และบทบาทนำงานในความรับผิดชอบกระทรวงกลาโหมต่อกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจา เพื่อขับเคลื่อนผลประโยชน์ทั้งของประเทศและประชาคมอาเซียนตั้งแต่ปี2559เป็นต้นไปโดยเฉพาะการบูรณาการระบบงานชายแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านมีความจำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในภูมิภาค

สั่งเหล่าทัพกระชับความสัมพันธ์ ผ่านการประชุมเจรจา

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ในเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคงกับต่างประเทศเเละความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านปัจจุบันอยู่ในสถานะดีมาก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ทางทหารสืบเนื่องจากการพัฒนาสัมพันธ์และสร้างความร่วมมือในกิจกรรมระดับต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือทางทหารกันมากขึ้น ในการดูแลปกป้องผลประโยชน์ของภูมิภาค 

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวกำชับเป็นนโยบาย ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม พิจารณาการประชุมเจรจาหรือจัดทำความตกลงระหว่างประเทศที่จะเกิดขึ้น โดยยึดหลักการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและลดความหวาดระแวงระหว่างกันเน้นการได้รับผลประโยชน์ที่เท่าเทียมกัน และใช้หลักต่างตอบแทนในการเจรจา โดยให้นำผลการเจรจามาดำเนินการให้เกิดผลทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมขณะเดียวกันให้ส่งเสริมความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศเป้าหมายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ( กลุ่มประเทศCLMVกลุ่มประเทศASEANกลุ่มประเทศAPECและประเทศหมู่เกาะต่างๆ )