รมช.ศธ.ลงพื้นที่ตรวจกิจกรรม'ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาเรียนรู้'

รมช.ศธ.ลงพื้นที่ตรวจกิจกรรม'ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาเรียนรู้'

รมช.ศึกษาธิการ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม การจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ของโรงเรียนในพื้นที่ จ.น่าน

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการกพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม การจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ของโรงเรียนน่านปัญญานุกูล ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน และโรงเรียนบ้านน้ำโค้ง ต.สะเนียน อ.เมือง จ.น่าน

ทั้งนี้ โรงเรียนน่านปัญญานุกูล ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เกิดการเรียนรู้และมีทักษะพื้นฐาน ในเรื่องของกิจกรรมส่งเสริมอาชีพเพื่อการมีงานทำ ประกอบด้วย งานอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ การปลูก ผักสวนครัว การเพาะเห็ด การปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ งานปุ๋ยหมัก และการปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ งานอาชีพ คหกรรม ได้แก่ งานขนมอบและงานเย็บปักถักร้อย งานอาชีพอุตสาหกรรม ได้แก่ งานช่างไม้ งานผลิตน้ำดื่ม และงานปั้นเซรามิกส์ งานอาชีพความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ งานวาดภาพศิลปะ งานประดิษฐ์พวงกุญแจ งานร้อยลูกปัด และงานอาชีพบริการ ได้แก่ งานเสริมสวย นวดเพื่อสุขภาพ งานล้างรถ (Car Care) งานช่างตัดผมชาย

นอกจากนี้โรงเรียนน่านปัญญานุกูลยังส่งเสริมให้นักเรียนมีสุนทรียภาพ ด้านศิลปะ ดนตรี กีฬาและนาฏศิลป์ มีกิจกรรมส่งเสริมความสามารถทางด้านศิลปะกิจกรรมส่งเสริมความสามารถด้านกีฬา กิจกรรมส่งเสริมทางด้านดนตรี และกิจกรรมส่งเสริมทางด้านนาฏศิลป์ส่งผลให้ผู้เรียนมีพัฒนาการ ด้านศิลปะ ดนตรี กีฬาและนาฏศิลป์ โดยเฉพาะด้านกีฬา นักเรียนได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนในระดับชาติ หลายชนิดกีฬา และด้านศิลปะ นักเรียนได้เข้าร่วมแข่งขันระดับชาติได้รับรางวัล ระดับเหรียญทอง และส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคเหนือ จนได้รับรางวัลชนะเลิศระดับ เหรียญทอง จนเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย

หลังจากนั้น รมช.ศธ. พร้อมคณะได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านน้ำโค้ง ต.สะเนียน อ.เมือง จ.น่าน เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”ซึ่งทางโรงเรียนได้ดำเนินการจัดกิจกรรมให้กับนักเรียนทั้ง 3 ช่วงชั้น (ป.1-3 /ป.4-6 /ม.1-3)สอดรับนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”ตามหลัก 4 เอช (H) ซึ่งเป็นหลักคิด คือ 1.พัฒนาสมอง (Head) ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน 2. พัฒนาจิตใจ (Hert) ด้วยกิจกรรมจิตอาสาจริยธรรม และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน 3.พัฒนาทักษะการปฏิบัติ (Hand) ด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์งานประดิษฐ์การงานอาชีพ ศิลปะดนตรีและคอมพิวเตอร์และ 4.พัฒนาสุขภาพ(Health)พลศึกษาและดนตรี

ทั้งนี้ยังได้จัดกิจกรรมบูรณาการทั้งโรงเรียน ด้วยกิจกรรมต่อยอดการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) โดยสภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนบ้านน้ำโค้งเป็นชุมชนที่มีประชากรประมาณ 2,300 คนเป็นชนพื้นเมือง4 เผ่า ได้แก่ขมุ เมี้ยน ถิ่น ม้ง มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประเพณีตามชนเผ่า อาชีพหลักคือทำการเกษตร ทำไร่ ทำสวน นับถือศาสนาพุทธนักเรียนบางส่วนจึงยังคงมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ คือ อ่านไม่ได้ และเขียนไม่ได้จึงจำเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขเป็นกรณีเร่งด่วนต่อไป

รมช.ศธ. กล่าวว่า ภาพรวมของการดำเนินกิจกรรมตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เขตภาคเหนือ มีผลการดำเนินการที่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ พร้อมกันนี้กระทรวงศึกษาธิการ ก็จะสนับสนุนการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมทุกโรงเรียนทุกสังกัด ทั่วประเทศ ภายในปี 2559 ต่อไป

นายสมพงษ์ อุ่นใจ ผู้อำนวยการโรงเรียนน่านปัญญานุกูล กล่าวถึงโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เชิงประจักษ์ ว่า โรงเรียนน่านปัญญานุกูล เปิดทำการสอนในปีการศึกษา 2540 รับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและบกพร่องทางการได้ยินในเขตพื้นที่ จ.น่านและพะเยา เข้าเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นโรงเรียนสหศึกษา นักเรียนอยู่ประจำและไปกลับ ในปีการศึกษา 2558 นักเรียนทั้งหมด 397 คน แยกเป็นนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาจำนวน 338 คน ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จำนวน 34 คน และนักเรียนออทิสติกจำนวน 25 คน แยกเป็นนักเรียนพักประจำ 381 คน นักเรียน ไป – กลับ 16 คน การเรียนการสอนจะเน้นสอนทักษะในช่วงเช้า ทางโรงเรียนทำการสอนมานานก่อนที่จะมีโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” มากว่า 3 ปีแล้ว ภาคบ่ายจะเน้นการเรียนการสอนประสบการชีวิต การอ่านออกเขียนได้ การฝึกอาชีพ

จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ให้การศึกษากับนักเรียนกลุ่มที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ประเภทบกพร่องทางสติปัญญาและทางการได้ยินในพื้นที่บริการในจังหวัดน่านและจังหวัดพะเยา ช่วยลดความเหลื่อมลำทางการศึกษาและสร้างโอกาสร้างอนาคตให้เขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้ และใช้ชีวิตในสังคิมได้อย่างปกติสุข ซึ่งกระบวนการจัดการศึกษาและผลผลิต ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน