'วรงค์'ติง'กิตติรัตน์' ย้อนใครกันแน่ ลุแก่อำนาจ

'วรงค์'ติง'กิตติรัตน์' ย้อนใครกันแน่ ลุแก่อำนาจ

"วรงค์" ป้องรัฐบาลคสช. ติง"กิตติรัตน์"รู้ดีแก่ใจย้อนถามใครกันแน่ ลุแก่อำนาจ-ไร้ยางอาย

น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรมว.คลัง ระบุว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่า ลุแก่อำนาจและไร้ยางอาย ที่ไม่ขยายเวลาในคดีค่าเสียหายจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า  นายกิตติรัตน์น่าจะรู้อยู่แก่ใจดี อย่าคิดว่าประชาชนไม่รู้และตามไม่ทัน ที่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงว่า ถูกเร่งรีบรวบรัด ถกลั่นแกล้งไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่รู้ว่ากรรมการตรวจสอบความรับผิดทางละเมิด ต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมช.พาณิชย์และพวก มีการขยายเวลาสอบ ทั้งที่ต้องเสร็จตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 แต่ได้ขยายเวลาให้ถึงสิ้นปีเพราะมีการขอเพิ่มพยาน แถมพยานก็ขอผลัดเปลี่ยนเวลา จนรัฐบาลต้องกำหนดกรอบ การที่นายกิตติรัตน์ออกมาโวยวายคงต้องการ ขยายเวลาการสอบแบบไม่มีที่สิ้นสุดหรือไม่

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่นายกิตติรัตน์ต้องรู้จักสำนึกว่า ใครกันแน่ที่ ลุแก่อำนาจและไร้ยางอาย ให้ลองถามน.ส.ยิ่งลักษณ์และนายบุญทรงดูว่า การระบายข้าวแบบจีทูจีตันละ 10,000 บาท แก่พรรคพวก โดยเลือกเอาแต่ข้าวดี ทั้งข้าวขาว ข้าวหอมมะลิไป การเซ็นสัญญาจีทูจี ชนิดรีบเซ็น แม้แต่หนังสือรับรองความเป็นตัวแทนรัฐก็ไม่มี ถือว่าลุแก่อำนาจและไร้ยางอายหรือไม่ ยิ่งฝ่ายค้านพยายามให้ข้อมูลว่า มีการขนข้าวเน่าส่งโกดังรัฐบาล แต่แทนที่จะฟัง กลับขู่ว่าจะความดำเนินคดี จะให้เรียกว่าอะไร ขอบอกนายกิตติรัตน์ว่า ถ้าน.ส.ยิ่งลักษ์และนายบุญทรง ไม่ลุแกอำนาจและไร้ยางอาย ตนเชื่อว่า ปัญหาการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว คงไม่หมักหมมและสร้างปัญหาต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน ก่อนจะว่าคนอื่น หัดดูตนเองก่อน จะเข้าตำราความผิดตัวเท่าหางอึ่ง ความผิดผู้อื่นเท่าขุนเขา