สศค. คาดช้อปช่วยชาติดันเศรษฐกิจปีนี้โตใกล้ 3%

สศค. คาดช้อปช่วยชาติดันเศรษฐกิจปีนี้โตใกล้ 3%

สศค. ชี้มาตรการช้อปปิ้งช่วยชาติ ดันจีดีพีปีนี้โตใกล้ 3% ชี้ปี 59 เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างเปราะบาง จับตาการชะลอตัวศก.จีน-ญี่ปุ่น

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. กล่าวว่า มาตรการภาษีที่ให้ประชาชนนำค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการตั้งแต่วันที่ 25-31 ธันวาคม 2558 มาหักลดหย่อนภาษีตามจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาทจะสามารถช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายในประเทศในเดือนธันวาคม 2558 ต่อไป โดยมาตรการภาษีที่ออกมาใช้ 7 วัน มีผู้ที่ได้รับสิทธิการลดหย่อนภาษี ประมาณ 3 ล้านคน แต่คาดว่าจะมีผู้บริโภคใช้จ่ายประมาณร้อยละ 50 ของผู้ที่ได้รับสิทธิทั้งหมด ซึ่งหากใช้จ่ายสูงสุดที่ 15,000 บาท ต่อคน จะมีเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ 22,500 ล้านบาท จะช่วยจีดีพีโตร้อยละ0.1การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4

โดยสศค.ยังคงประมาณการณ์เศรษฐกิจปี 2558 ขยายตัวร้อยละ 2.8 แต่อาจจะใกล้เคียงร้อยละ 3 มากขึ้นเพราะมีหลายมาตรการเสริม จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการช้อปช่วยชาติ แต่ยอมรับกังวลการส่งออกในเดือนพฤศจิกายนที่หดตัวลงมากถึงร้อยละ 7.4 ทำให้ทั้งปีการส่งออกติดลบมากกว่าที่คาดการณ์คือติดลบร้อยละ 5.5 จากเดิมคาดติดลบร้อยละ 5.4 ซึ่งสศค.จะมีการปรับประมาณการณ์ใหม่ในเดือนมกราคมนี้

ส่วนในปี 2559 คาดการขยายตัวร้อยละ 3.8 ห่วงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่น ดังนั้นการฟื้นตัวยังเปราะบาง ขณะที่มีความผันผวนทางการเงินโลก การดำเนินนโยบายการเงินของประเทศขนาดใหญ่ในโลกใช้นโยบายการเงินไม่สอดคลองกัน กระทบเงินทุนเคลื่อนย้าย ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรยังต่ำ และ ราคาน้ำมันยังอยู่ในขาลง ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรทรงตัวในระดับต่ำ กระทบรายได้เกษตรกร และ ยังมีปัญหาภัยแล้งกดดัน

อย่างไรก็ตามมีความหวังจากการลงทุนภาครัฐ ที่คาดว่าเม็ดเงินจะมากกว่าปีนี้ หลายโครงการประมูลได้โดยเฉพาะการกอ่สร้างรถไฟทางคู่ โครงข่ายรถไฟฟ้า การก่อสร้างทางหลวงพิเศษ การขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนการท่องเที่ยวเป็นตัวสนับสนุนเช่นกัน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าไทยจะขยายตัวเกินร้อยละ 10 บวกกับการค้าชายแดนเร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะจากพม่า ลาว กัมพูชา จะส่งผลให้การส่งออกในปี 2559 ขยายตัวร้อยละ 2.5 แต่มีแนวโน้มต่ำกว่านี้ได้

ส่วนเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายน 2558 สัญญาณการใช้จ่ายภายในประเทศของภาคเอกชนเริ่มปรับตัวดีขึ้น สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มขยายตัวร้อยละ 3.5 ต่อปี จากการขยายตัวของภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวร้อยละ 7 และดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ได้มีการปรับตัวดีขึ้น เป็นเดือนที่สองติดต่อกัน อยู่ที่ระดับ 63.4

ส่วนการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดก่อสร้าง สะท้อนจากภาษีการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ ขยายตัวร้อยละ 20.3 ได้รับปัจจัยหนุนจากการลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองเพื่อกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่การจำหน่ายปูนซีเมนต์ขยายตัวร้อยละ 2.6