ปธ.สปท.เตรียมหารือเจ้ากระทรวงเร่งขับเคลื่อนประเทศ

ปธ.สปท.เตรียมหารือเจ้ากระทรวงเร่งขับเคลื่อนประเทศ

ปธ.สปท.เตรียมหารือเจ้ากระทรวงเร่งขับเคลื่อนประเทศ ด้าน”อลงกรณ์” เผย ประชุมสปท 7-8 ม.ค.ชงวาระปฏิรูป “กีฬา-พ.ร.บ.กสทช.-กิจการตำรวจ"

ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) แถลงถึงแนวทางการปฏิรูปในรอบปีที่ผ่านมา ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กำชับให้สปท. เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมาย 5 ฉบับ ให้แล้วเสร็จ ได้แก่1.ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ2.ร่าง พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์ระหว่างผละประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม 3.ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองติดตามทรัพย์สินของแผ่นดินคืนจากทุจริต 4.ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาให้เป็นธรรม และ 5.ตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤติสำหรับแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปของ สปท. ในปี 59 จะต้องเน้นประสานงานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกระทรวงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การปฏิรูปสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยทุกข้อเสนอจะต้องมีความเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการทำงานของแต่ละกระทรวง เพื่อเสนอให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป 

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท.คนที่หนึ่ง กล่าวว่า วาระที่ สปท. จะขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมในวันในการประชุมสปท.วันที่7-8ม.ค.59คือ ข้อเสนอการปฏิรูปกีฬา เช่น การจัดตั้งกระทรวงกีฬา มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ และคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ รวมทั้งข้อเสนอการปรับปรุง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (กสทช.) และข้อเสนอการปฏิรูปกิจการตำรวจ เป็นต้น นอกจากนั้น นับตั้งแต่เดือน ม.ค.59 จะมีการพิจารณาวิธีการขับเคลื่อนการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปทั้ง 11 คณะ และส่งผลงานไปยังคณะรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ซึ่งจะต้องวางรากฐานการปฏิรูปทั้งก่อนเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้ง เพื่อให้รัฐบาลในอนาคตเข้ามาสานต่อตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า การวางกลไกการทำงานในการขับเคลื่อนการปฏิรูปแบ่งเป็น3ระดับ คือ1.ระดับผู้นำ ได้แก่ แม่น้ำทั้ง 5 สายซึ่งขณะนี้มีการประชุมกันทุกเดือน 2.ระดับคณะกรรมการประสานงานเป็นการนำทุกกรณ์ที่ต้องขับเคลื่อนการปฏิรูปมาร่วมประชุมกันและประสานงานกันทุกสัปดาห์ และ 3.ระดับคณะกรรมาธิการทั้ง 11 ด้านของ สปท.นอกจากนี้ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญ สปท.ได้มีส่วนร่วมมีการประสานงานกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ได้ขอความร่วมมือสปท.และประธานสปท.จึงได้กำหนดให้สมาชิกระดมความคิดเห็นทั้งหมดส่งให้กรธ.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตามในปี 59 ซึ่งถือเป็นปีสำคัญ สปท.จะมีส่วนร่วมในการที่กรธ.ต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 180 วัน ดังนั้นสปท.จะเกี่ยวข้องโดยตรงในการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่จำเป็นเพื่อการปฏิรูปหรือบทบัญญัติที่จะตราไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญนี้จะเป็นฉบับปฏิรูปประเทศจึงจำเป็นต้องมีการวางหลักการและบทบัญญัติที่สำคัญให้สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศ