นับถอยหลัง...

นับถอยหลัง...

สัปดาห์นี้กรธ.อาจจะหารือเรื่องสำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง คือ “องค์กรแก้วิกฤติประเทศ”

สัปดาห์นี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กรธ.อาจจะหารือเรื่องสำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง คือ “องค์กรแก้วิกฤติประเทศ” หรือตามร่างของ “บวรศักดิ์ อุวรณโณ” เรียกว่า คปป.(คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ)  

โฆษก กรธ. “อุดม รัฐอมฤต” บอก “ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้” ที่จะมีการตั้งคณะกรรมการหรือองค์กรเพื่อทำหน้าที่แก้วิกฤติของประเทศ ส่วนจะเป็นแบบ คปป.หรือไม่นั้น ยังบอกไม่ได้  

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีการพิจารณาข้อเสนอของ สนช.ต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นสำคัญข้อหนึ่ง คือ ที่ประชุมเห็นว่า “จำเป็นต้องมีองค์กรหรือคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่แก้วิกฤติของประเทศ ในกรณีที่ไม่มีบัญญัติไว้ หรือกรณีที่ไม่สามารถใช้อำนาจบริหารประเทศได้”  

สนช. คือองค์กรหนึ่งในแม่น้ำ 5 สาย การที่ สนช.จะมีความเห็นสอดคล้องกับแม่น้ำสายอื่นๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ซึ่งสำหรับเรื่ององค์แก้วิกฤตินี้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หัวหน้า คสช. และนายกฯ ก็แสดงท่าทีชัดเจนมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าจำเป็นต้องมี  

เพียงแต่อีกด้านหนึ่ง มีเสียงเล็ดลอดออกมาว่า หาก “สูตรเด็ด” ของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” สามารถคลอดออกมาได้ทั้งหมด ก็อาจไม่จำเป็นต้องมีองค์กรนี้ เพราะสูตรเด็ดนั้นจะสามารถการันตีได้พอสมควรว่า การเมืองหลังเลือกตั้งจะยังอยู่ที่ทิศทางที่สามารถ “ควบคุม” ได้  

กลไกของ “สูตรเด็ด” ที่ว่า อยู่ที่ 3 ส่วนหลักคือ ระบบเลือกตั้งที่ให้ใช้บัตรใบเดียว แต่มี ส.ส. 2 ระบบ, ที่มานายกฯ ที่เปิดให้คนที่ “ไม่ได้เป็น ส.ส.” เป็นนายกฯได้ (อย่าเรียกว่า “คนนอก” เพราะ กรธ.จะบอกทันทีว่าไม่ใช่คนนอก เพราะให้เปิดชื่อคนที่จะมาเป็นนายกฯตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว) และ ที่มา ส.ว. ที่ไม่ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง  

29 มกราคม 2559 คือวันที่ กรธ.นัดหมายไว้ว่า จะเปิดร่างรัฐธรรมนูญ “ร่างแรก” ออกมา ยิ่งใกล้ถึงวันเท่าไร ความเข้มข้นในการพิจารณาของ กรธ. และข้อเสนอจากองค์กร และหน่วยงานต่างๆ ยิ่งมีมากขึ้น  

ประเด็นข้อเสนอและข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่เป็นไฮไลท์ ยังคงอยู่ที่เรื่องโครงสร้างอำนาจทางการเมือง กลไกการเข้าสู่อำนาจ และการตรวจสอบ ควบคุมการใช้อำนาจรัฐ ทั้งเรื่อง ที่มา ส.ส.ข้อวิจารณ์ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับสูตร “บัตรเลือกตั้งใบเดียว” ที่มา ส.ว. ที่ส่วนใหญ่ (เว้นฝ่าย คสช.) อยากให้มาจากการเลือกตั้ง และที่มานายกฯ ที่ต้องการให้คนเป็นนายกฯ ต้องเป็น ส.ส. หากจะเปิดช่องไว้ยามวิกฤติ ควรเขียนไว้ในบทเฉพาะกาล  

ฝั่งเพื่อไทย ซึ่งช่วงนี้ออกมาเคลื่อนไหวมากเป็นพิเศษในสารพัดเรื่อง บอกแบบไม่เกรงกลัวว่า หากมีบทบัญญัติที่ฝ่ายเขาเห็นว่าผิดหลักการ ก็อาจจะให้อดีต ส.ส.ลงพื้นที่ ถ้าประชามติไม่ผ่าน ก็อย่ามาโทษกัน  

มีการเรียกร้องข้ามชอตว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ก็ถือว่ารัฐบาลไม่มีความชอบธรรม ต้องหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาบังคับใช้ แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว  

แต่ถ้าไปถามเรื่องนี้กับ “หัวหน้า คสช.” นอกจากท่านจะดุว่า “ข้ามขั้น” ท่านอาจจะบอกว่า “คุณลืมไปแล้วหรอว่าพวกผมเข้ามาอย่างไร จะมาเรียกร้องความชอบธรรมอะไรกันตอนนี้?” เหมือนที่ท่านเคยพูดมา  

นับถอยหลังทุกชอตจากนี้ไป!