โฆษกตร. ระบุคดีเกาะเต่าโปร่งใส ดำเนินคดีตามพยาน-หลักฐาน

โฆษกตร. ระบุคดีเกาะเต่าโปร่งใส ดำเนินคดีตามพยาน-หลักฐาน

โฆษกตำรวจ ระบุคดีเกาะเต่าโปร่งใส-ดำเนินการตามพยาน-หลักฐาน เร่งตรวจสอบกลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจอาจจะเกี่ยวข้องกับการเมือง ยันไม่สามารถรื้อคดีใหม

พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  , พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยทีมสืบสวนสอบสวน ทีมพิสูจน์หลักฐาน ทีมแพทย์นิติเวช และทีมต่างประเทศ ร่วมกันแถลงข่าวคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 ราย คือ นายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ และ น.ส.ฮันน่าห์ วิคตอเรีย วิทเทอร์ริดจ์ ซึ่งศาลจังกวัดเกาะสมุย จ.สุราษฎธานี มีคำพิพากษาประหารชีวิต นายซอ ลิน หรือโซเรน ไม่มีนามสกุล และนายเวพิว หรือวิน ไม่มีนามสกุล แรงงานชาวพม่า หลักจากมีคำพิพากษาออกมา ทำให้หลายฝ่ายเกิดข้อสงสัยในคำตัดสินของศาล จนกระทั้งนำไปสู่การประท้วงหน้าสถานทูตไทยในเมียนมา นอกจากนี้ยังมีชาวพม่ากว่า 2 พันคนร่วมกันประท้วงที่สนามกีฬาฉานโยมะ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ห่างจากชายแดนไทย อ.แม่สาย ประมาณ 2 กิโลเมตร เรียกร้องให้รื้อคดีใหม่

พล.ต.อ.เดชณงค์  เปิดเผยว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสวนคดีเกาะเต่านั้น ขอยืนยันว่า ทำด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ตามขั้นตอนของกฎหมาย ขอให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทย เพราะการทำงานเริ่มตั้งแต่การสอบสวน ก็มีการถ่วงดุลกับศาลอยู่แล้ว ตำรวจไม่สามารถทำตามใจได้ เนื่องจากมีกระบวนการยุติธรรมในการถ่วงดุล ส่วนกรณีที่กลุ่มประท้วงชาวเมียนมา เรียกร้องให้รื้อคดีนั้น เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้อยู่แล้ว เพราะคดีสิ้นสุดที่ศาลแล้ว ส่วนจะมีการยื่นอุธรณ์ก็สามารถทำได้ภายใน 30 วัน โดยส่วนตัวไม่มีความกังวลต่อเรื่องนี้ เพราะเชื่อมันในกระบวนการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อ หรือเครื่องมือในการสร้างวุ่นวาย

ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า คดีลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยในประเทศไทย ที่ผ่านมามีกว่า 120 คดี  และช่วงไตรมาสที่ผ่านมา มีการก่อเหตุลักษณะเดียวกันนี้กว่ากว่า 26 ครั้ง แต่วันนี้มีการออกมาเรียกร้องให้รื้อคดี และไม่พอใจคำตัดสินของศาล ไม่ทราบว่ามีจุดประสงค์อะไร ซึ่งจะให้มีการตรวจสอบว่า การออกมาเรียกร้องดังกล่าวมีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจขอยืนยันในการสืบสวนสวบสวนเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กระทบความสัมพันธ์ไทย-เมียนมา

ด้าน พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพงัน เปิดเผยว่า นอกจากดีเอ็นเอ ของ 2 ผู้ต้องหาแรงงานพม่า ที่ตรงกันกับผู้ตายชาวอังกฤษแล้ว ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการสืบสวนสอบสวน ยังมีพยานบุคคล หลักฐานอื่นๆ ซึ่งมีการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด จนกระทั่งส่งสำนวนไปถึงพนักงานอัยการให้พิจารณา ซึ่งพนักงานอัยการได้ให้มีการสอบและส่งสำนวนเพิ่มเติมอีก 3 ครั้ง และขอยืนยันว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีความละเอียด รอบครอบ ส่วนกระแสข่าวที่ว่า มีการซ้อมและทรมานผู้ต้องหานั้น เรื่องนี้ก็ไม่เป็นความจริง มีการตรวจร่างกายจากแพทย์ โดยสามารถยืนยันได้ ส่วนการวิพากษ์วิจารเรื่องล่ามแปลภาษาพม่า ที่มีกระแสข่าวว่า ใช้ล่ามซึ่งเป็นคู่กรณีของผู้ต้องหามาก่อนนั้น ยืนยันเช่นเดียวกันว่า ไม่ใช่เรื่องจริง ซึ่งกระแสข่าวต่างๆนาๆ เหล่านี้  เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชนบางส่วน เกิดข้อสงสัยการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ