'อนุสรณ์' แนะ 'สรรเสริญ' พิจารณาตนเอง

'อนุสรณ์' แนะ 'สรรเสริญ' พิจารณาตนเอง

“อนุสรณ์” แนะ “โฆษกรัฐบาล” พิจารณาตัวเอง ชี้หากบกพร่องแล้วแก้ไข คือพฤติกรรมของคนดี ไม่ใช่แก้ตัวด้วยการให้ร้ายผู้อื่น

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเห็นข่าวโฆษกรัฐบาลออกมาอบรมสื่อมวลชนอันเนื่องมาจากการนำเสนอข่าวสารที่ทำให้นายกรัฐมนตรีมีความไม่สบายใจ ขอให้สื่อมวลชนกลับตัวกลับใจ หยุดทำร้ายสังคมและประเทศชาติแล้ว หากท่านไม่พาดพิงถึงโครงการรับจำนำข้าวในทางเสียหาย ตนจะไม่ออกมาให้ความเห็น เพราะกลัวจะถูกป้ายสีตามความถนัดว่าเอาใจสื่อ ตนจึงขอแสดงความเห็นในประเด็นที่มีส่วนได้เสีย

ทั้งนี้ ตนคงไม่มีความเห็นต่อการทำหน้าที่ของสื่อเนื่องจากไม่มีส่วนได้เสีย เพียงแต่อยากเตือนสติท่านโฆษกผ่านไปยังรัฐบาลว่า ประชาชนจะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของสื่อ เพราะสื่อเป็นธุรกิจที่อยู่ได้ด้วยการสนับสนุนของประชาชน หากนำเสนอข่าวสารที่ขัดต่อความเป็นจริงประชาชนก็จะเลิกเชื่อถือและเลิกบริโภคสื่อนั้น ยิ่งเป็นการให้ร้ายรัฐบาลที่ได้รับความนิยมจากประชาชนถึงร้อยละ 99.5 เท่ากับสื่อนั้นกำลังฆ่าตัวตาย เพราะคงจะเหลือประชาชนเพียงร้อยละ 0.5 เท่านั้นที่จะสนับสนุนสื่อดังกล่าว แบบนี้รับรองเจ๊งแน่นอน ท่านโฆษกจะไปวิตกทำไม

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ท่านโฆษกกล่าวหาว่าสื่อมวลชนบางค่ายช่วยปกปิดกลบเกลื่อนความผิดความเสียหายที่รัฐบาลเก่าทำไว้กับประเทศชาติ โดยละเลยที่จะนำเสนอความจริงให้ประชาชนได้รับทราบเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลชุดปัจจุบันต้องเข้ามาบริหารจัดการปัญหาที่รัฐบาลชุดเก่าก่อไว้ สร้างความเสียหายให้แก่งบประมาณแผ่นดินที่จะต้องใช้จ่ายดูแลพี่น้องประชาชนทั้งประเทศนั้น ตนมองว่าสื่อมวลชนทุกชนิดนำเสนอข้อเท็จจริงในเรื่องนี้จนประชาชนทั่วไปทราบดีแล้วว่า คดีรับจำนำข้าวเป็นคดีแรกที่นายกรัฐมนตรีผู้ดำเนินโครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรถูกดำเนินคดีด้วยวิธีที่แปลกพิสดาร แต่โดยที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว สื่อมวลชนจึงไม่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้อีก เพราะต้องรอผลของคำพิพากษาของศาลที่จะชี้ถูกหรือผิด ไม่ควรที่บุคคลภายนอกจะไปก้าวล่วงวิพากษ์วิจารณ์อันเป็นการกดดันการพิจารณาคดีของศาล นับได้ว่าสื่อมีจรรยาบรรณหรือมีมารยาทแล้ว มารยาทเหล่านี้ท่านโฆษกน่าจะศึกษาหรือหามาอ่าน แต่คงต้องซื้อมาหลายฉบับหน่อย

พร้อมกันนี้ ตนขอให้ความรู้เป็นวิทยาทานแก่ท่านโฆษก ซึ่งหากจะนำไปเผยแพร่ต่อก็ไม่ขัดข้องว่า การทำงานของทุกรัฐบาลเป็นการทำงานที่ต่อเนื่อง รัฐบาลใหม่จะต้องรับผิดชอบงานเดิมที่รัฐบาลเก่าทำไว้ ซึ่งเป็นหน้าที่ เช่น รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต้องรับผิดชอบใช้หนี้ IMF แม้ไม่ได้เป็นผู้ก่อหนี้แต่ตนก็ไม่เคยเห็นท่านออกมาต่อว่ารัฐบาลเก่า หรือรัฐบาลก่อนหน้า ก็มีหน้าที่ต้องแก้ไขความเสียหายที่เกิดจากการยึดอำนาจหรือความเสียหายที่รัฐบาลนี้ก่อไว้โดยไม่มีสิทธิปฏิเสธ รวมถึงการที่รัฐบาลต้องจ่ายเงินชำระหนี้ซื้อเรือเหาะที่เหาะไม่ได้ หรือซื้อเครื่องตรวจจับระเบิดที่ลวงโลก ก็ไม่เคยออกมาเรียกร้องให้สื่อมวลชนออกมาโจมตีหรือช่วยกันใส่ร้าย เพราะเรื่องนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีของป.ป.ช.แล้ว แม้จะล่าช้ากว่าคดีของพวกตนอย่างเทียบกันไม่ได้เลยก็ตาม เพราะพวกตนได้รับการอบรมสั่งสอนมา

อย่างไรก็ตาม อยากบอกกับพี่น้องประชาชนที่เลือกพวกเรามาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ แม้เป็นหญิงก็พร้อมที่จะต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกฎหมาย ไม่เคยแม้จะคิดให้ใครไปออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ อันเป็นพฤติกรรมของพวกขี้ขลาดที่หนีการตรวจสอบ สิ่งนี้คือความสง่างามของพวกเราที่เป็นนักการเมืองมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ท่านโฆษกกล่าวถึงจรรยาบรรณของสื่อที่ทำหน้าที่เสนอข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชน ท่านเองก็ต้องไม่ลืมด้วยว่าท่านก็กำลังทำหน้าที่ดังกล่าวอยู่ ซึ่งต้องมีจรรยาบรรณด้วยเช่นกัน สิ่งที่ท่านต้องทำคือการพิจารณาตัวเอง หากอะไรที่บกพร่องก็ควรแก้ไขอันเป็นพฤติกรรมของคนดี ไม่ใช่แก้ตัวด้วยการให้ร้ายผู้อื่น ซึ่งเป็นพฤติกรรมของคนอีกประเภท