'ม็อบเมียนมาร์' ร้องขอพระราชทานอภัยโทษ 2 ผู้ต้องหา

'ม็อบเมียนมาร์' ร้องขอพระราชทานอภัยโทษ 2 ผู้ต้องหา

ชาวเมียนมาร์กว่าหมื่นคน ชุมนุมประท้วงคำตัดสินคดีเกาะเต่า จี้ขอคำตอบภายใน 15 วัน พร้อมร้องขอพระราชทานอภัยโทษให้ 2 ผู้ต้องหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลจังหวัดเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต 2 ผู้ต้องหาชาวเมียนมาร์ที่ก่อเหตุฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาย-หญิงชาวอังกฤษในพื้นที่เกาะเต่า ส่งผลให้ชาวเมียนมาร์ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศสหภาพเมียนมาร์ ตรงข้าม อ.แม่สายกว่า 10,000 คน ออกมารวมตัวกันที่สนามซานโยมะพลาซ่า ห่างจากสะพานพรมแดนประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อแสดงความไม่พอใจและประท้วงคำตัดสินคดีดังกล่าว พร้อมร้องขอให้ทางการไทยเร่งดำเนินการร้องขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ชาวเมียนมาร์ทั้ง 2 คน

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมได้อ่านแถลงการณ์ มีใจความตำหนิกระบวนการยุติธรรมของไทย ทั้งที่ทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์กันมาช้านาน ตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าใช้วิธีการรุนแรงด้วยการทารุณกรรม และยัดเยียดข้อหาให้แก่เด็กหนุ่มเมียนมาร์ผู้บริสุทธิ์ 2 คน จนสุดท้ายทั้งคู่ต้องถูกลงโทษประหารชีวิตพร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยตั้งคณะกรรมการร่วมทั้ง 2 ประเทศ เพื่อรื้อฟื้นและทำการสอบสวนคดีในข้อเท็จจริงของคดีใหม่อีกครั้ง โดยคณะกรรมการร่วมระหว่างไทย-เมียนมาร์ และเชิญฝ่ายอังกฤษในฐานะเป็นประเทศของผู้เสียหายเข้าร่วม โดยมีสื่อมวลชนจากทั่วโลกเข้าสังเกตการณ์ จุดประสงค์เพื่อให้พี่น้องชาวเมียนมาทราบเรื่องราวที่ถูกต้องเป็นสำคัญ ขอให้รัฐบาลไทยตระหนักถึงข้อเรียกร้องของพวกเรา และให้คำตอบที่ชัดเจนภายใน 15 วัน ไม่เช่นนั้นคนเมียนมาร์จะดำเนินการต่อรัฐบาลไทยในขั้นตอนต่อไป

หลังอ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้น กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนเข้าสู่สะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 แต่เข้าสู่สะพานไม่ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทางการเมียนมานำลวดหนามมาขวางไว้ แต่ก็ปิดถนนที่จะออกจากด่านพรมแดน ทำให้การข้ามไปมาระหว่าง อ.แม่สาย จ.เชียงรายกับท่าขี้เหล็กฝั่งพม่าไม่สามารถทำได้ เจ้าหน้าที่ทางการไทย และทางการเมียนมาร์ได้เข้าไปเจรจากับผู้ชุมนุม โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง กลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันประท้วงจึงสลายตัว ทำให้เหตุการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างความหวั่นวิตกให้บรรดาพ่อค้า-แม่ค้า และนักลงทุนชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเกรงจะได้จะได้รับอันตรายเพราะบางร้านได้ลงทุนหลายล้านบาท และบางคนก็มีธุรกิจหลายแห่ง หากเกิดการลุกฮือประท้วงด้วยความรุนแรงก็จะส่งผลเสียต่อชีวิต และทรัพย์สินเป็นวงกว้าง