'วิษณุ'แจงดูข้อสรุปปฏิรูปสปท. ก่อนชงให้รัฐบาล

'วิษณุ'แจงดูข้อสรุปปฏิรูปสปท. ก่อนชงให้รัฐบาล

รองนายกฯ แจงรอดูข้อสรุปปฏิรูปสปท. ก่อนจะให้ข้อเสนอของรัฐบาล แนะกรธ.แก้อุปสรรคการบริหารราชการแผ่นดิน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะทำข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปถึงสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)ว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินการเรื่องดังกล่าว เพราะสปท.ก็อยู่ระหว่างรวบรวมความเห็น ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ โดยรัฐบาลอาจจะบอกถึงข้อเสนอแนะหลังวันที่ 9 ธ.ค. ว่าควรจะมีประเด็นใดเพิ่มเติมบ้าง ถ้าไม่มีเพราะมันตรงกันอยู่แล้ว ก็จบไป

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็เตรียมการปฏิรูปในส่วนของรัฐบาลที่จะปฏิรูป แต่จะยังไม่ได้บอกอะไรกับทางสปท. ต้องรอให้สปท.รวบรวมความเห็นแล้วเสร็จ จึงส่งให้วิป 3 ฝ่ายทั้งรัฐบาล สปท.และสนช. ไปพิจารณากันว่าใครจะเป็นคนรับเรื่องใดไปดำเนินการ ทั้งนี้ ส่วนข้อเสนอเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญนั้นก็เป็นข้อเสนอในส่วนของคสช.ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ยังไม่เคยเห็นข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งตนเห็นแต่เพียงจากสื่อมวลชน

นายวิษณุ กล่าวว่า ข้อเสนอแนะของรัฐบาลต่อร่างรัฐธรรมนูญ จะยังไม่รีบส่งถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) แต่ขณะนี้คิดไว้แล้วว่าจะเขียนอะไรส่งไป แต่ถ้าส่งหลังจากวันที่ 8 ม.ค. 2559 ซึ่งจะครบกำหนดของกรธ.ที่จะรวบรวมข้อเสนอแนะของทุกฝ่ายเพื่อร่างรัฐธรรมนูญในแต่หมวดให้แล้วเสร็จ แต่จะส่งข้อเสนอของรัฐบาลไปหลังจากได้อ่านความเห็นที่กรธ.รวบรวมมาแล้ว ถ้าดูแล้วไม่น่าจะดี ควรจะแก้เสียใหม่ ซึ่งรัฐบาลมีความในใจที่จะบอกไปถึงกรธ.เช่น กรณีภาระที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลทุกสมัย ไม่ใช่เรื่องการเมือง หรือการเลือกตั้งแบบไหน แต่เป็นเรื่องการเป็นรัฐบาลเจออุปสรรคในการทำงาน เช่น มาตรา190 ในรัฐธรรมนูญฉบับก่อน เรื่องการทำสนธิสัญากับต่างประเทศ ต้องนำเรื่องเข้าสภา

นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนการจะปฏิรูปการทำงานของรัฐบาลที่มีความล่าช้ามันต้องแก้ไปเท่าที่แก้ได้ ทำได้เวลาเท่าไหร่ก็เท่านั้น เพราะเป็นงานที่ต้องทำต่อเนื่อง แต่คิดว่าต้องเสร็จ ซึ่งข้อสำคัญคือต้องมีการเริ่มต้น การจะแก้ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะติดที่ 1.ทัศนคติของคนที่เกี่ยวข้อง เขาชินและจำเจกับสิ่งใด เขาก็รู้สึกอึดอัดเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง แค่มีข่าวออกไปว่าจะปรับปรุงองค์การมหาชน ที่แม้จะไม่ใช่การปฏิรูปขนาดใหญ่ก็เกิดปฏิกิริยาขึ้น ก็ต้องแคร์ความรู้สึกเหล่านั้นด้วย

2.ต้องคำนึงถึงอำนาจหน้าที่บางอย่างต้องออกกฎหมายไม่เช่นนั้นจะปฏิรูปไม่ได้

3.บางอย่างที่จะปฏิรูปจำเป็นต้องมีเงิน

4.คนมีความรู้ที่จะมาทำเรื่องเหล่านี้ สรุปคือ 4 เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทำให้ช้า แต่มันก็ต้องเริ่ม เมื่อคนไม่มีก็ต้องค่อยๆ ปั้นขึ้น เงินไม่มีก็ค่อยๆ ทำเป็นระยะ กฎหมายมันต้องออกก็ต้องออก มันจะช้าก็ช้า เวลานี้อะไรที่ใช้อำนาจมาตรา 44 ได้ก็ใช้ไป แต่ถ้าใช้ไม่ได้หรือไม่ควรใช้ เพราะต้องออกพระราชบัญญัติก็ไม่เป็นไร ไปเร่งสนช.เอา

"แต่สิ่งสำคัญคือทัศนคติของคนที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง มันถึงต้องใช้เวลา เช่น กรณีรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กว่าจะคิดปฏิรูประบบราชการได้ก็ต้องออกโทรทัศน์พูดกับประชาชนเกือบ 2 ปี ทั้งนี้ ในการปฏิรูปแม้จะมีวิธีพูดให้คนเข้าใจ แต่คนที่เข้าใจคือคนที่ไม่ได้รับผลกระทบแต่จะได้ผลดีจากการปฏิรูป แต่พวกที่ถูกย้ายหรือยุบหน่วยงานเขาย่อมไม่พอใจก็ไม่ว่ากัน หัวอกใครหัวอกคนนั้น" นายวิษณุ กล่าว