ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 30 พ.ย.-4 ธ.ค.58

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 30 พ.ย.-4 ธ.ค.58

“ราคาน้ำมันดิบผันผวน จับตาการประชุมกลุ่มโอเปคในสัปดาห์นี้”

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 40 - 45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 43 - 48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล


แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (30 พ.ย. – 4 ธ.ค. 58)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะยังคงผันผวน โดยในสัปดาห์นี้ตลาดเฝ้าจับตาการประชุมกลุ่มโอเปคที่จะมีขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์นี้ว่ากลุ่มฯ จะมีท่าทีอย่างไรต่อราคาน้ำมันในระดับต่ำอย่างเช่นในปัจจุบัน ประกอบกับ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย และมีแนวโน้มที่จะบานปลาย เป็นปัจจัยหนึ่งที่พยุงราคาน้ำมันดิบในขณะนี้ อย่างไรก็ดี ภาวะอุปทานน้ำมันดิบที่ล้นตลาด จากข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ที่เปิดเผยว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐยังคงอยู่ในระดับที่สูง และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง


ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- การประชุมกลุ่มโอเปคที่จะจัดขึ้นในวันที่ 4 ธ.ค. 58 นี้ จับตาว่าโอเปคจะมีการปรับลดกำลังการผลิตลงเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบหรือไม่ หลังล่าสุดซาอุดิอาระเบียออกมาให้ความเห็นว่าพร้อมที่จะเจรจาร่วมกับผู้ผลิตน้ำมันดิบทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค เพื่อที่จะรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันไว้ ไม่ให้ลดต่ำลงมากกว่านี้ ซึ่งสวนทางกับนโยบายเดิมของโอเปคที่พยายามคงกำลังการผลิตระดับสูงเพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้

- สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงไม่คลี่คลายอาจส่งแรงหนุนต่อราคาน้ำมันในระยะสั้น หลังล่าสุดเกิดเหตุการณ์ที่ตุรกียิงเครื่องบินรบของรัสเซียตกเมื่อวันอังคารที่ 24 พ.ย. เป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) กับรัสเซีย และส่งผลให้ตลาดกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะบานปลายและกลายเป็นชนวนที่ทำให้สถานการณ์ความไม่สงบในซีเรีย รวมถึงสงครามในอิรักของกลุ่ม ISIS ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และอาจส่งผลต่อการผลิตน้ำมันดิบของประเทศในแถบตะวันออกกลางด้วย

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ (สิ้นสุดวันที่ 20 พ.ย. 58) ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 9 ติดต่อกัน โดยปรับเพิ่มขึ้น 910,000 บาร์เรล ไปอยู่ที่ระดับ 488.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดในเดือน เม.ย. 58 ที่ 490.9 ล้านบาร์เรล และถือว่ามากกว่าช่วงเดียวของปีที่แล้วกว่าร้อยละ 27 นอกจากนี้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ณ จุดส่งมอบน้ำมันดิบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นและมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วกว่าร้อยละ 138

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่คาดว่าจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. นี้ หลังจากตัวเลขทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจ ขณะที่ประธานเฟดจากสาขาต่างๆ ยังได้ออกมาแสดงความเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันและให้ความเห็นว่าอัตราเงินเฟ้อในระยะยาวของสหรัฐ คาดว่าจะค่อยๆ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2% ตามเป้าหมายของเฟดได้ภายในปีหน้า

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ดัชนีสัญญาการซื้อบ้านที่รอการปิดการขาย ดัชนีภาคการผลิต การจ้างงานภาคเอกชน ดัชนีภาคบริการ (ISM PMI) อัตราการว่างงาน การจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐ ดัชนีภาคการผลิตและบริการของจีน (Caixin PMI) รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีภาคบริการ ยอดค้าปลีก และจีดีพี Q3/15 ของยูโรโซน


สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (23 – 27 พ.ย.)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.32 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 41.71 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.02 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 44.86 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น หลังจากเครื่องบินรบของรัสเซียถูกตุรกียิงตกใกล้ชายแดนซีเรีย รวมถึงจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง และปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่มีการปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง จากการคาดการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. นี้

                                                                      -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999