วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 30 พฤศจิกายน 2558

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 30 พฤศจิกายน 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าสุดในรอบ 8 เดือน ประกอบกับการซื้อขายที่เบาบาง

- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังถูกกดดันโดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นและการซื้อขายที่เบาบางหลังวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving Day) โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าสูงสุดในรอบ 8 เดือนเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรและฟรังก์สวิส เนื่องจากตลาดคาดว่าค่าเงินดังกล่าวมีแนวโน้มอ่อนค่าลงหลัง การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 3 ธ.ค. ECB จะมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมจากเดิมที่คงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำและมีการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดยการเข้าซื้อสินทรัพย์มูลค่ารวม 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน ซึ่งหาก ECB มีการผ่อนคลายเพิ่มเติมจะส่งผลต่อเนื่องให้ธนาคารกลางของสวิตเซอร์แลนด์มีการผ่อนคลายเพิ่มเติมเช่นกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินฟรังก์สวิสเมื่อเทียบกับสกุลยูโร

- ราคาน้ำมันยังได้รับแรงกดดันหลังตลาดหุ้นจีนร่วงลงอย่างหนัก โดยปิดตลาดปรับลดลงกว่าร้อยละ 5.5 หลังมีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จีน (CRSC) กำลังเข้าตรวจสอบโบรคเกอร์จีนหลายรายฐานมีการละเมิดกฎระเบียบด้านหลักทรัพย์และได้มีการสั่งห้ามบริษัทหลักทรัพย์ของจีนทำธุรกรรมให้กู้ยืมเงิน (OTC swap lending) กับกลุ่มนักลงทุนเพื่อเป็นการควบคุมระบบการซื้อขายโดยใช้มาร์จิ้นไม่ให้ปรับเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยังถูกกดดันจากผลประกอบการของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมในเดือน ต.ค. ที่ยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องหลังเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาด เนื่องจากอุปสงค์ชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ

-/+ ตลาดยังคงจับตามองการประชุมโอเปคในวันที่ 4 ธ.ค. ว่ากลุ่มโอเปคจะมีการปรับลดกำลังการผลิตลงหรือไม่ จากการคาดการณ์โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเห็นพ้องกันว่าโอเปคจะไม่ปรับลดกำลังการผลิตลงจากปัจจุบัน เนื่องจากต้องการรักษาส่วนแบ่งการตลาดจากผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปค อย่างไรก็ดี จากการที่ซาอุดิอาระเบียออกมากล่าวล่าสุดว่ามีความพร้อมที่จะเจรจากับผู้ผลิตรายอื่นเพื่อหามาตรการพยุงราคาน้ำมันดิบ ส่งผลให้ตลาดค่อนข้างจับตาการประชุมดังกล่าวอย่างมาก โดยหากกลุ่มโอเปคไม่ปรับลดกำลังการผลิต ประกอบกับอิหร่านที่คาดว่าจะส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มมากขึ้นในเร็วนี้ ส่งผลให้ภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดจะยังคงไม่คลี่คลายในเร็วนี้

- บริษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบียเปิดเผยว่าปัจจุบันได้ตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาเพื่อเจรจากับกลุ่มผู้ประท้วงเพื่อจะเปิดดำเนินการแหล่งผลิตน้ำมัน El Sharara และ El Feel ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 400,000 บาร์เรลต่อวัน หลังจากที่มีการปิดดำเนินการไปหลายเดือน โดยหากมีการเปิดดำเนินการได้จะส่งผลให้กำลังการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียปรับเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 400,000 บาร์เรลต่อวันเป็น 800,000บาร์เรลต่อวัน

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคโดยเฉพาะจากอินเดียและเวียดนามที่ยังคงปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันเบนซินได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังที่สิงคโปร์ที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 0.75 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับสูงสุดรอบ 7 เดือนที่ 13.16 ล้านบาร์เรล หลังอินโดนีเซียผู้ซื้อรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียลดการนำเข้าน้ำมันเบนซินลง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่สิงคโปร์ที่ปรับลดลงกว่า 0.99 ล้านบาร์เรลจากสัปดาห์ก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 11.9 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดีเซลยังคงได้รับแรงกดดันจากจีนที่คาดว่าจะเพิ่มการส่งออกน้ำมันดีเซล เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจและปริมาณสต็อกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 40-45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาการประชุมกลุ่มโอเปคในวันที่ 4 ธ.ค. 58 นี้ ว่าโอเปคจะมีการปรับลดกำลังการผลิตลงเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบหรือไม่ หลังล่าสุดซาอุดิอาระเบียออกมาให้ความเห็นว่าพร้อมที่จะเจรจาร่วมกับผู้ผลิตน้ำมันดิบทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค เพื่อที่จะรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันไว้ ไม่ให้ลดต่ำลงมากกว่านี้ ซึ่งสวนทางกับนโยบายเดิมของโอเปคที่พยายามคงกำลังการผลิตระดับสูงเพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้

- สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลายอาจส่งแรงหนุนต่อราคาน้ำมันในระยะสั้น หลังล่าสุดเกิดเหตุการณ์ที่ตุรกียิงเครื่องบินรบของรัสเซียตกเมื่อวันอังคารที่ 24 พ.ย. เป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) กับรัสเซีย และส่งผลให้ตลาดกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะบานปลายและกลายเป็นชนวนที่ทำให้สถานการณ์ความไม่สงบในซีเรีย รวมถึงสงครามในอิรักของกลุ่ม ISIS ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ (สิ้นสุดวันที่ 20 พ.ย. 58) ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 9 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับ 488.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดในเดือน เม.ย. 58 ที่ 490.9 ล้านบาร์เรล และถือว่ามากกว่าช่วงเดียวของปีที่แล้วกว่าร้อยละ 27

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่คาดว่าจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. นี้ หลังจากตัวเลขทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาออกมาเป็นที่น่าพอใจ


                                                              -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999