Daily Market Outlook (30 พ.ย.58)

Daily Market Outlook (30 พ.ย.58)

กังวลจีน รอดู Fed

คาดว่า SET น่าจะปรับตัวลงวันนี้จากปัจจัยต่างประเทศ ด้วยความกังวลของนักลงทุนในขณะที่ในประเทศไม่ได้มีข่าวหนุนตลาดมากนัก ในประเทศ ข่าวเกี่ยวกับการลดภาษีและการกระตุ้นการลงทุนของญี่ปุ่นในไทยยังอยู่ในช่วงรอดำเนินการเท่านั้นจึงน่าจะมีผลบวกจำกัดวันนี้ ต่างประเทศ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะออกวันศุกร์นี้ รวมถึงการรัดเข็มขัดการปล่อยกู้มาร์จิ้นในจีนน่าจะเป็นแรงกดดันเชิงลบต่อ SET


หุ้นเด่นวันนี้: HANA (ราคาปิด 36.75 บาท; ราคาเป้าหมาย IAA ปี 5937.04 บาท)

บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) น่าจะได้ประโยชน์ที่จะได้จากการอ่อนค่าของเงินบาทและอัตรากำไรที่มากขึ้นจากการปรับสัดส่วนประเภทผลิตภัณฑ์ HANA ประกอบธุรกิจประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCBA), วงจร IC และ Microdisplayมีโรงงานกระจายอยู่ที่ลำพูน ในจีนและในสหรัฐ HANA ยังเตรียมเปิดโรงงานใหม่ที่เกาะกง กัมพูชา สำหรับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบง่าย ดังนั้นต้นทุนค่าแรงจะยิ่งลดลงได้อีกเพราะค่าแรงที่กัมพูชาต่ำกว่าไทยและจะช่วยให้เหลือกำลังการผลิตในโรงงานเดิมเพิ่มขึ้นเอาไว้สำหรับผลิตสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงกว่าและใช้แรงงานน้อยกว่า อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทน่าจะเดินหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากการเพิ่มสัดส่วนในสินค้าประเภทยานยนต์และการแพทย์ อุปสงค์ต่อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์น่าจะแข็งแกร่งอยู่จากการที่ค่ายรถยนต์เพิ่มสมรรถนะและการทำงานโดยอัตโนมัติของรถยนต์ซึ่งจะต้องใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำพวกเซ็นเซอร์ และจากการที่ผู้คนมีความตระหนักเรื่องสุขภาพมากขึ้นโดยเฉพาะสังคมผู้สูงอายุทำให้อุปสงค์ต่อผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์น่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ อัตรากำไรของ HANA น่าจะปรับตัวดีขึ้นจากการลงทุนในระบบการผลิตอัตโนมัติซึ่งจะช่วยลดต้นทุนแรงงานได้ ตามค่าคาดการณ์เฉลี่ยของสมาคมนักวิเคราะห์ลงทุน แม้กำไรของ HANA จะลดลงปีนี้ 35% โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ แต่คาดว่าปีหน้าน่าจะกลับมาเติบโต 22% ได้ รูปแบบราคาของ HANA ได้กลับมาเกิดความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ เริ่มต้นจากการกลับมาเกิดสัญญาณซื้อรายวันครั้งใหม่ และ ได้ปิดตลาดรายสัปดาห์ที่ผ่านมาเหนือ 36 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการเกิดสัญญาณซื้อรายสัปดาห์ครั้งใหม่ สะท้อนความแข็งแกร่งทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง คาดว่ายังมีโอกาสเห็นการปรับตัวขึ้นเพื่อไปทดสอบเป้าหมายสำคัญที่ 38.50 บาท โดยมีจุด Stop Loss อยู่ที่ 35.25 บาท (แนวต้าน: 37.00, 37.50, 38.00; แนวรับ: 36.25, 35.75, 35.25)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• ยกเว้นภาษีเพิ่มสำหรับผู้มีรายได้ต่ำสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเพดานสำหรับภาษีรายได้บุคคลธรรมดาที่จะได้รับการยกเว้นจากปัจจุบัน 2 หมื่นบาทต่อเดือนเป็น 2.3 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อบรรเทาข้อกังวลว่าค่าครองชีพที่มากขึ้นจะทำให้รายได้ที่แท้จริงลดลง (Bangkok Post)

• ชวนญี่ปุ่นลงทุน 10 อุตสาหกรรมระหว่างสุดสัปดาห์ที่ผ่าน รองนายกฯ สมคิดได้ชวนผู้นำบริษัทในงานสัมมนาที่โตเกียวให้ลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมที่รัฐบาลไทยต้องการสนับสนุนในช่วงปีนี้ ได้แก่ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เกษตรกรรม ซึ่งรัฐบาลมีแผนจะให้ใช้เทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น (The Nation)

• กระตุ้นเป้าการค้าไทย-กัมพูชา รมว. กระทรวงพาณิชย์กล่าวว่าไทยและกัมพูชาจะหารือกันในเดือน ธ.ค. ถึงกลยุทธ์ที่จะกระตุ้นการค้าทวิภาคีให้เพิ่มขึ้น 30% ในอีกห้าปีข้างหน้า ขณะที่กำลังกระตุ้นการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษด้วยเช่นกัน ส่วนหนึ่งของแผนยังเกี่ยวกับศูนย์กลางการค้าสินค้าเกษตรและการยกระดับด่านตรวจชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (The Nation)

• พิจารณาปรับขึ้นค่าทางด่วน เจ้าหน้าที่รัฐกำลังพิจารณาการปรับเพิ่มค่าทางด่วนสำหรับมอเตอร์เวย์สองแห่ง ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ-ชลบุรี และ สมุทรปราการ-อยุธยา โดยกรมทางหลวงได้กล่าวว่าจะตัดสินใจว่าจะขึ้นค่าใช้ทางหรือไม่หลังได้ข้อสรุปผลการศึกษา (Bangkok Post)

• AOT (306.00 บ.,2559 AWS TP 365 บ.) รายงานผลกำไรจากการดำเนินงานงวด FY58 (ต.ค. 57 - ก.ย. 58) อยู่ที่ 15.5 พันลบ. เพิ่มขึ้น 29% YoY หากรวมกำไรพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 18.7 พันลบ. หรือ เพิ่มขึ้น 53% YoY (SET) ความเห็น: กำไรจากการดำเนินงานเป็นไปตามการคาดการณ์ของ Bloomberg consensus ที่ 15.8 พันลบ. และประมาณการของเราที่ 15.4 พันลบ.

• DTAC (Bt47.75, 2016 AWS TP Bt62.50) เผยว่าศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลาง เพราะคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าวไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดและมีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง (SET) ความเห็น: เป็นข่าวดีของ DTAC ที่จะสามารถขยายเครือข่ายต่อได้บนเสาที่พิพาทโดยไม่ต้องเสียเงินและเวลาเพิ่มในการตั้งเสาใหม่

ต่างประเทศ:

• มีความคาดหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ประเด็นที่จับตามองในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับการพิจารณานโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันพฤหัสนี้ ด้วยความคาดหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าอีซีบีมีแนวโน้มจะประกาศโครงการซื้อสินทรัพย์และออกมาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น (Reuters)

• จีนจำกัดเงินที่ใช้ซื้อหุ้นโดยการกู้ยืมแบบมาร์จิ้น ผู้กำหนดการซื้อขายในตลาดหุ้นจีนจำกัดจำนวนเงินที่ใช้ในการให้กู้ยืมสำหรับการซื้อขายหุ้นแบบมาร์จิ้น ดังนั้นตลาดหุ้นเอเชียในวันนี้กังวลต่อเรื่องดังกล่าว (Reuters)

• ตลาดรอรายงานการจ้างงานที่จะประกาศวันที่ 4 ธ.ค. นักลงทุนรอรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งจะประกาศวันที่ 4 ธ.ค. ซึ่งอาจทำให้ตลาดผันผวนก่อนความคาดหวังว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมในกลางเดือนธ.ค. นี้ (Reuters)

สหรัฐ:

• ตลาดวอลล์สตรีทปิดเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในการซื้อขายที่เบาบางเมื่อวันศุกร์ ด้วยหุ้นในกลุ่มสินค้าสำหรับผู้บริโภคลดลงเนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับรายงานที่ออกมาก่อนหน้าเกี่ยวกับฤดูกาลจับจ่ายในช่วงวันหยุดของสหรัฐ หุ้นบริษัทดิสนีย์เป็นตัวฉุดตลาดมากที่สุดหลังจากสถานีเคเบิลทีวี ESPN ซึ่งผลิตและแพร่ภาพเกี่ยวกับกีฬา 24 ชั่วโมงมีสมาชิกลดลง 3 ล้านรายในปี 2558 (Reuters)

• มีจำนวนฝูงชนที่บางตาในร้านค้าและห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ในสหรัฐในวันแบล็คฟรายเดย์ และในช่วงเย็นวันขอบคุณพระเจ้าเนื่องจากนักช้อปตอบสนองต่อส่วนลดต่าง ๆ ในช่วงก่อนเทศกาลอย่างระมัดระวังและสภาพอากาศที่เลวร้ายทำให้การจับจ่ายลดลง (Reuters)

ยุโรป:

• หุ้นยุโรปร่วงในวันศุกร์ จากการทำจุดสูงสุดใน 3 เดือน ในวันก่อนหน้า นำโดยหุ้นเหมืองแร่ หลังหุ้นจีนร่วงหนัก อย่างไรก็ตามมีแรงซื้อเข้ามาช่วยพยุงตลาดจากความคาดหวังว่า ECB จะออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ (Reuters)

เอเชีย:

• ดัชนีเซียงไฮ้คอมโพสิต และ CSI300 สำหรับหุ้นใหญ่ ร่วงมากกว่า 5% ในวันศุกร์ ร่วงมากสุดในรอบ 3 เดือน จากสัญญาณจาก กลต.จีน ว่ากำลังเข้าจัดการกับการเก็งกำไรหุ้นจากเงินกู้ที่มากกว่าทางการกำหนดนอกจากนั้น กำไรของบริษัทขนาดใหญ่ก็ลดลง 4.6% ในไตรมาส 3 (Reuters)

• คาด IMF จะประกาศนับเงินหยวนเป็นส่วนหยึ่งในตะกร้าเงินสกุลหลักของ IMF ในวันนี้ แม้ตลาดจะไม่คาดหวังผลกระทบมากนักในระยะสั้น แต่มีนักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่า ทางการจะยอมให้เงินหยวน อ่อนค่าลงอีกหลังจากเป็นส่วนหนึ่งของตะกร้าเงินของ IMF (Reuters)

• รถตู้ขนาดเล็ก (MPV) ที่น่าจะเป็นที่นิยมหลังจากการผ่อนปรนนโยบายลูกคนเดียวในจีน โดยผู้ผลิตรถยนต์มองว่าครอบครัวในจีนจะหันมานิยมรถตู้ขนาดเล็กมากขึ้น ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ารถ SUV ที่ขายดีที่สุดในปัจจุบันตอนนี้ (Reuters)

• ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในญี่ปุ่นเดือน ต.ค. เพิ่มสูงขึ้นเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน โดยสูงขึ้น
1.4% MoMต่อเนื่องจากการขยายตัว 1.1% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะขยายตัว 1.9% ทั้งนี้นับเป็นสัญญาณการฟื้นตัวของกิจกรรมภาคโรงงานอุตสาหกรรมในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นไปตามภาพรวมภาคการส่งออกที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ (Reuters)

• ยอดค้าปลีกในญี่ปุ่นเดือน ต.ค. ขยายตัว 1.8% YoYมากกว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัว 0.8%(Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาทองอ่อนตัวจากกลัว Fed และอุปสงค์จากอินเดียไม่ดี ทองคำตลาดจรสหรัฐร่วง 12.6 ดอลลาร์มาอยู่ที่ระดับ 1,058.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกันที่ทองปิดลบรายสัปดาห์ เพราะโลหะมีค่าถูกดดันโดยดอลลาร์ที่แข็งขึ้นและคาดการณ์ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม Fed วันที่ 15-16 ธ.ค. นอกจากนี้อุปสงค์ของอินเดียยังอ่อนแอกว่าปีที่แล้วในช่วงเทศกาลทิวาลีและปีใหม่เนื่องจากภัยแล้งอันทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง (Reuters)

• น้ำมันกดดันจากแง่ร้ายจากจีน น้ำมันดิบสหรัฐลด 1.33 ดอลลาร์หรือ 3% ปิดที่ 41.71 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล Brent ลง 60 เซนต์ปิดที่ 44.86 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเพราะหุ้นจีนที่ร่วงทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจ (Reuters)