กรธ.เคาะผู้สมัครส.ส.ห้ามคนติดคุก ลงเลือกตั้ง

กรธ.เคาะผู้สมัครส.ส.ห้ามคนติดคุก ลงเลือกตั้ง

กรธ.เคาะคุณสมบัติผู้สมัครส.ส.ห้ามคนติดคุก แม้จะถูกล้างมลทินตามกฎหมาย ลงสมัครเลือกตั้ง พร้อมไม่ตัดสิทธิ "นักการเมืองบ้านเลขที่ 111-109"

นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงผลการประชุมกรธ. ต่อประเด็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เรื่องการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.นั้นที่ประชุมได้ระบุถึงประเภทลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ว่า ประเด็นดังกล่าวจะเป็นไปตามหลักการและหลักเกณฑ์ที่เคยกำหนดทั่วไป เช่น ห้ามบุคคลที่ถูกพิพากษาให้จำคุก , อยู่ระหว่างการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ลงสมัครรับเลือกตั้ง ขณะที่ความผิดในคดีหมิ่นประมาท หรือ ความผิดลหุโทษนั้นยังมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้มีการพิจารณาด้วยว่าสำหรับความผิดของบุคคลที่ต้องการลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งได้ล้างมลทินไปแล้ว ตามพระราชบัญญัติล้างมลทินกำหนด ไม่สมควรที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.อีก เพราะโทษของความผิดที่ได้รับการล้างมลทินนั้นคือการถูกจำคุกมาแล้ว ดังนั้นผู้ใดที่เคยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลจะไม่ได้รับสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ส่วนกรณีของนักการเมืองที่เคยถูกลงโทษด้วยการตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ได้แก่ อดีตนักการเมืองบ้านเลขที่ 109 และบ้านเลขที่ 111 นั้น เมื่อได้รับการลงโทษจนครบกำหนดแล้ว จะสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ 

นายนรชิต กล่าวด้วยว่า สำหรับกติกาของการเลือกตั้งส.ส. ที่จะสอดคล้องกับการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก เพื่อจัดตั้งรัฐบาลนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นด้วยตามข้อเสนอของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เสนอว่าหลังจากการเลือกตั้งส.ส.แล้วเสร็จ จะมีการประกาศรับรองผลเลือกตั้งส.ส. ภายใน 30 วัน โดยเกณฑ์ของส.ส.ที่จะสามารถเปิดประชุมสภาฯ ได้นั้น ที่ประชุมได้พิจารณาช่วงตัวเลขอยู่ที่ 90 – 95 เปอร์เซ็นต์และยังไม่ได้ข้อสรุป แต่กระบวนการทำงานของ กกต. ในรายละเอียดสำคัญ

เช่น กรณีที่รอการประกาศผลเลือกตั้งส.ส. แต่พบการกระทำที่ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้ง ที่ประชุม ได้มีมติเห็นตามที่กกต. เสนอ คือ ให้เลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งนั้นภายใน 30 วัน และใช้เวลา 15 วันก่อนประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ขณะที่กรณีที่อาจมีบางเขตเลือกตั้งมีคะแนนของผู้ไม่ประสงค์จะลงคะแนน (โหวตโน) สูงกว่าคะแนนของผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้นที่ประชุมได้หารือในรายละเอียดด้วยว่าจะให้มีการเลือกตั้งใหม่ และอาจให้พรรคการเมืองเปลี่ยนตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งที่แพ้คะแนนโหวตโนหรือไม่ก็ได้